รีวิว SONOFF Dongle Max (Dongle-M) พร้อมใช้งานร่วมกับ Home Assistant ผ่าน ZHA และ Zigbee2MQTT บน Raspberry Pi 4

SONOFF Dongle Max Dongle M review with Home Assistant Zigbee2MQTT ZHA

เราได้รับตัวอย่าง SONOFF Dongle Max หรือ Dongle-M เป็นเกตเวย์ Zigbee/Thread แบบ PoE ที่ใช้ชิป Espressif Systems ESP32-D0WDR2-V3 และ Silicon Labs EFR32MG24 สามารถทำหน้าที่เป็นทั้ง Zigbee coordinator และ Thread Border Router รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Ethernet, WiFi และ USB โดยออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มสมาร์ทโฮมยอดนิยม เช่น Home Assistant, Zigbee2MQTT, ioBroker และ OpenHAB

จุดเด่นสำคัญของ Dongle Max เมื่อเทียบกับ Dongle Plus MG24 ที่เราเพิ่งรีวิวไปคือการรองรับ WiFi และ Ethernet (นอกเหนือจาก USB), รองรับ PoE (Power over Ethernet) และ มี Web Console สำหรับตั้งค่าอุปกรณ์ได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

ในบทความนี้เราจะพาไปดูตั้งแต่การแกะกล่อง การเริ่มต้นใช้งาน การเชื่อมต่อผ่าน Ethernet และการใช้งานร่วมกับ Home Assistant ทั้งผ่าน ZHA และ Zigbee2MQTT โดยใช้งานผ่านพอร์ต USB ของ Raspberry Pi 4

แกะกล่อง SONOFF Dongle Max

กล่องบรรจุภัณฑ์ระบุชัดเจนว่าเป็น SONOFF Dongle Max รองรับ Home Assistant และ Zigbee2MQTT, Zigbee/Thread PoE Dongle

SONOFF Dongle Max Packing

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบด้วย SONOFF Dongle Max, ขายึดติดผนัง, เสาอากาศ 2 อัน, สาย USB Type-C, คู่มือการใช้งานฉบับย่อ, เทปกาวสองหน้า 2 แผ่นและชุดอุปกรณ์สกรู 2 ชุด

SONOFF Dongle Max USB C RJ45 port PoEt

ตัว SONOFF Dongle Max มีขั้วต่อเสาอากาศซ้าย–ขวา, ด้านบนขวาจะมีปุ่มกด, ไฟ LED แสดงสถานะ (สีส้มค้าง = อุปกรณ์ได้รับไฟแล้ว, ส้มกระพริบ = โหมดตั้งค่าเครือข่าย / AP / WPS, สีน้ำเงินค้าง = เชื่อมต่อเครือข่ายเรียบร้อย), พอร์ต Ethernet รองรับ PoE (48V/0.25A), พอร์ต USB Type-C ใช้สำหรับจ่ายไฟ (5V 1A) หรือเชื่อมต่อเป็น USB Dongle

SONOFF Dongle Max สามารถเชื่อมต่อได้ 3 วิธีคือผ่าน Ethernet, Wi-Fi และ USB สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและคำแนะนำการเริ่มต้นได้จากเว็บไซต์เอกสารประกอบ

เริ่มต้นใช้งาน SONOFF Dongle Max

ในตอนแรกเราได้ทำการเชื่อมต่อผ่านสาย USB เพื่อใช้งานในรูปแบบ USB Dongle เพราะเราได้ติดตั้ง Home Assistant บน Raspberry Pi 4 เรียบร้อยไว้เรียบแล้ว จากการรีวิว SONOFF Dongle Plus MG24 (Dongle-PMG24) และคิดว่าจะสามารถจะเชื่อมต่อกับ SONOFF Dongle Max ได้เลยแต่ไม่เป็นเช่นนั้น ไม่สามารถเชื่อมต่อได้

จึงต้องเริ่มต้นด้วยการตั้งค่าอุปกรณ์ผ่าน Ethernet ก่อน โดยจ่ายไฟผ่านพอร์ต Type-C โดยใช้อะแดปเตอร์ไฟ JOYROOM PODIX 140W และเชื่อมต่อสาย Ethernet (RJ45) เข้ากับเราเตอร์ เมื่ออุปกรณ์ได้รับไฟ ไฟ LED จะติด สีส้มค้าง แสดงว่าอุปกรณ์พร้อมทำงาน แต่ยังไม่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้

SONOFF Dongle Max JOYROOM PODIX 140W

ตั้งค่าโหมดการทำงานผ่าน Web Console, เราเข้าไปที่ WEB Console องอุปกรณ์ และตั้งค่าในเมนู EFR32MG24 Operation Mode โดยเลือกเป็น Zigbee Coordinator Mode เพราะเราต้องการใช้เป็น Coordinator เพื่อทดสอบเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อไป

Dongle M local WEB Console EFR32MG24 Operation Mode

หลังจากตั้งค่าแล้ว ไฟ LED เปลี่ยนเป็น สีน้ำเงินค้าง แสดงว่าอุปกรณ์ออนไลน์เรียบร้อย

Dongle M local WEB Console network setting

และหน้า Web Console แสดงสถานะการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำเร็จ

Dongle M local connected

SONOFF Dongle Max ใช้งานร่วมกับ Home Assistant ผ่าน Zigbee Home Automation

เราเชื่อมต่อ Dongle Max ผ่านสาย USB Type-C to USB Type-A เข้ากับ Raspberry Pi 4, ไฟ LED แสดงสถานะเป็นสีส้มค้าง (โหมด USB)

Dongle M with Raspberry Pi 4

ที่หน้า Home Assistant ไปที่ Settings -> Devices & Services -> Zigbee Home Automation (ZHA)
แล้วกด Add device เพื่อเพิ่มอุปกรณ์

SONOFF Dongle Max Home Assistant

เมื่อเพิ่มอุปกรณ์เรียบร้อยแล้วเรากลับมาดูที่ไฟสถานะเป็นสีส้มค้างเหมือนเดิม (ไม่ใช่สีน้ำเงิน)

ที่หน้า WEB Console แสดงสถานะการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB

Dongle M local connection connected

และเริ่มทดสอบเพิ่มอุปกรณ์ Zigbee ตัวแรกคือ SONOFF AirGuard TH (SNZB-02DR2) เป็นเซนเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้น Zigbee พร้อมจอ LCD, วิธี Pairing ให้กดปุ่มบนตัวเซนเซอร์ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที เพื่อเข้าสู่โหมด Pairing, โดยไอคอน Zigbee บนหน้าจอกระพริบ แล้วกด Add device ที่หน้า Zigbee Home Automation (ZHA)

ระบบจะค้นหาและเพิ่มอุปกรณ์อัตโนมัติ

SONOFF AirGuard TH pair Zigbee Dongle M

SNZB-02DR2 จะแสดงข้อมูล Sensors, Configuration และ Diagnostic, โดยสามารถดูค่า Diagnostic เช่น RSSI = ความแรงของสัญญาณ, LQI = คุณภาพการสื่อสาร Zigbee

SONOFF SNZB 02DR2 Home Assistant

เราได้ทำการทดสอบระยะห่างประมาณ 40 เมตร สัญญาณเริ่มหลุด ซึ่งใกล้เคียงกับ Dongle Plus MG24 โดยวางในตำแหน่งเดียวกัน และได้ทำการย้ายอุปกรณ์ไปไว้ที่หน้าต่างให้สูงขึ้นทดสอบระยะห่างประมาณ 90 เมตร

SONOFF AirGuard TH pair Zigbee Dongle M Raspberry Pi 4

และเพิ่มอุปกรณ์ Zigbee ตัวที่สองคือ SONOFF MINI DUO-L (MINI-ZB2GS-L) เป็นสวิตช์ Zigbee 3.0 แบบ 2 ช่อง ไม่ต้องใช้สาย Neutral

โดยเริ่มติดตั้ง MINI-ZB2GS-L ในแผงสวิตช์ภายในกล่องไฟผนัง นำสายไฟ L (100–240V) ต่อเข้าที่ขั้ว L ของอุปกรณ์ จากนั้นต่อสายออกไปยังโหลดหลอดไฟที่ขั้ว L1 และ L2 เพื่อควบคุมไฟ 2 วงจรแยกกัน ส่วนสวิตช์ผนังเดิมต่อเข้าที่ขั้ว S1 และ S2 เพื่อใช้งานแบบแมนนวลได้ตามปกติ จากนั้นกดปุ่มบนตัวอุปกรณ์ค้างไว้ 5 วินาที เพื่อเข้าสู่โหมด Pairing (ไฟ LED กระพริบช้า)

MINI ZB2GS L Installation

มาที่หน้า web Interface ของ Home Assistant โดยไปที่ Settings -> Devices & Services -> เลือก Zigbee Home Automation (ZHA) -> กด Add device เพื่อทำการค้นหาค้นหาอุปกรณ์เราจะเห็น MINI-ZB2GS-L และที่หน้า Zigbee Home Automation (ZHA) จะมี MINI-ZB2GS-L เพิ่มเข้ามา เราทำการจับคู่สำเร็จ

SONOFF Dongle M with MINI ZB2GS L ZHA

สามารถควบคุมการเปิด–ปิดไฟผ่านหน้า Controls ได้

SONOFF Dongle M with MINI ZB2GS L switch on

SONOFF Dongle Max ใช้งานร่วมกับ Home Assistant ผ่าน Zigbee2MQTT

เราเสียบ Dongle Max เข้ากับพอร์ต USB Type-A ของ Raspberry Pi 4 ที่รัน Home Assistant เหมือนเดิม จากนั้นติดตั้ง Mosquitto broker โดยไปที่ Settings -> Add-ons -> Add-on Store -> ค้นหา Mosquitto broker -> กด Install -> เปิด Start, เปิด Enable Watchdog, เปิด Start on boot

Mosquitto broker

แล้วตั้งค่า Zigbee2MQTT เข้าไปที่ Add-on ->  ค้นหา Zigbee2MQTT -> กด Install -> เปิด Start, เปิด Start on boot, เปิด Enable Watchdog, เปิด Add to sidebar

Zigbee2MQTT Home Assistant

หลังจากนั้นกด เข้าไปที่ Open web UI เพื่อเข้าไปที่หน้า Zigbee2MQTT Onborading ระบบตรวจพบอุปกรณ์อัตโนมัติ เลือก usb-SONOFF_Dongle_Max_MG24… -> Coordinator /Port / Path = /dev/ttyUSB0, Adapter type = ember, Baudrate = 115200…

*สำคัญมาก ห้ามติ๊ก Hardware Flow Control (rtscts) ใช้การเชื่อมต่อผ่าน USB ไม่ใช่ TCP จากนั้นกด Submit

Screenshot 2026 01 25 204623

ตอนนี้เราสามารถเข้ามาที่หน้า Zigbee2MQTT

Home Zigbee2MQTT Home Assistant

ต่อไปทดสอบทำการเพิ่มอุปกรณ์ Zigbee : SNZB-02DR2 ผ่าน Zigbee2MQTT โดยกดที่ Premit join และกดปุ่มบนตัวเซนเซอร์ ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที เพื่อเข้าสู่โหมด Pairing หน้าจอจะมีไอคอนสัญลักษณ์  

ที่หน้า Zigbee2MQTT มี SNZB-02DR2 เพิ่มเข้ามา

Zigbee2MQTT SNZB 02DR2

ต่อไปเราจะทำการเพิ่มอุปกรณ์ Zigbee ตัวที่สองคือ SONOFF MINI DUO-L (MINI-ZB2GS-L) โดยกดปุ่มบนตัวอุปกรณ์ค้างไว้ 5 วินาที เพื่อเข้าสู่โหมด Pairing (ไฟ LED กระพริบช้า)

Zigbee2MQTT MINI ZB2GS L

ที่หน้า Zigbee2MQTT มี MINI-ZB2GS-L เพิ่มเข้ามาอีก 1 ตัว

Zigbee2MQTT MINI ZB2GS L SNZB 02DR2

ทั้งสองอุปกรณ์ทำงานได้ปกติผ่าน Zigbee2MQTT

นอกจากนี้เรายังได้ทำการทดสอบการเชื่อมต่อผ่าน TCP Connection

Dongle M TCP Connection indicator blue

โดย Dongle-M จ่ายไฟผ่านพอร์ต USB Type-C และเชื่อมต่อเครือข่ายผ่าน Wi-Fi ขณะทำงานไฟ LED แสดงสถานะเป็นสีน้ำเงิน แสดงถึงการเชื่อมต่อเครือข่ายที่พร้อมใช้งาน จากนั้นทำการเชื่อมต่อเข้ากับ Home Assistant ที่รันบน Raspberry Pi 4 เพื่อทดสอบการทำงานร่วมกับ Zigbee2MQTT

Dongle Max TCP Connection

โดยที่หน้า Configuration ของ Zigbee2MQTT ตั้งค่า Serial ดังนี้


Zigbee2MQTT TCP Connection

แล้วเข้ามาที่หน้า Zigbee2MQTT ทำการเพิ่มอุปกรณ์ Zigbee : SNZB-02DR2 และ MINI-ZB2GS-L

Dongle M TCP Connection SNZB 02DR2 MINI ZB2GS L 

ทั้งสองอุปกรณ์สามารถทำงานได้ปกติ

สรุป

SONOFF Dongle Max (Dongle-M) เป็น Zigbee / Thread Gateway เหมาะทั้งสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการระบบสมาร์ทโฮมที่ตั้งค่าไม่ซับซ้อน ไปจนถึงผู้ใช้งาน Home Assistant ระดับจริงจังที่ต้องการความเสถียรและตัวเลือกในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย จุดเด่นสำคัญของ Dongle-M คือการรองรับการเชื่อมต่อหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น USB, Wi-Fi, Ethernet และ PoE รวมถึงการมี Web Console สำหรับตั้งค่าโหมดการทำงานและเครือข่ายได้โดยตรง

ในการทดสอบการใช้งานร่วมกับ Home Assistant ผ่าน Zigbee Home Automation (ZHA) บน Raspberry Pi 4 พบว่า SONOFF Dongle Max สามารถถูกตรวจพบและใช้งานได้โดยไม่ต้องตั้งค่าซับซ้อนเพียงเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB และเพิ่ม Integration ZHA ระบบสามารถตรวจจับ Dongle Max ได้ทันที และพร้อมใช้งานในโหมด Zigbee Coordinator การจับคู่อุปกรณ์ Zigbee เช่น เซนเซอร์อุณหภูมิ-ความชื้น และสวิตช์ไฟ สามารถทำได้อย่างราบรื่น อุปกรณ์ถูกเพิ่มเข้าสู่ระบบได้รวดเร็ว การตอบสนองของคำสั่งเปิด–ปิดและการอัปเดตค่าจากเซนเซอร์ทำได้ต่อเนื่องและมีความเสถียร เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการระบบที่ตั้งค่าง่ายและใช้งานได้ทันที

สำหรับการทดสอบใช้งานร่วมกับ Zigbee2MQTT บน Raspberry Pi 4 Dongle Max โดยการเชื่อมต่อผ่าน USB และการเชื่อมต่อผ่าน TCP ระบบสามารถเริ่มทำงานได้อย่างสมบูรณ์ หน้าเว็บอินเทอร์เฟซของ Zigbee2MQTT แสดงสถานะเครือข่ายและอุปกรณ์ได้ชัดเจน การเพิ่มอุปกรณ์ Zigbee ทำได้ง่ายผ่านฟังก์ชัน Permit Join  สามารถอ่านค่าข้อมูล เซนเซอร์อุณหภูมิ-ความชื้น และควบคุมสวิตช์ไฟได้อย่างแม่นยำและตอบสนองรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการความยืดหยุ่นและการควบคุมระบบ Zigbee ในระดับที่ละเอียดมากขึ้น

SONOFF Dongle Max (Dongle-M) วางจำหน่ายแล้วในราคา $42.90 (~1,330฿) บนร้านค้า SONOFF และสามารถรับส่วนลด 10% สำหรับสินค้าทุกชิ้นเมื่อใช้โค้ดคูปอง cnxsoft, หรือสามารถซื้อได้จาก Lazada ราคา 1,519฿,ส่วน AirGuard TH ราคา$14.90 (~470฿)และ MINI DUO-L $21.90 (~700฿)

Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments
โฆษณา