วันนี้เราจะมารีวิวการแบบเร็วๆกับการใช้งานกล้อง SONOFF ตัวใหม่ CAM-PT2 ซึ่งออกมาเป็นตัวที่สองของปี 2025 สำหรับตัวแรก Slim Gen2 (CAM S2) ซึ่งเป็นแบบ fix เราได้เคยรีวิวไปแล้วเมื่อเร็วๆนี้
CAM-PT2 ( CAM Pan-Tilt2) สามารถทำ Pan/Tilt/Zoom ได้ในตัว ฟีเจอร์หลักๆก็จะคล้ายๆกับ CAM S2 ไม่ว่าจะเป็นความละเอียดกล้อง (1080P), Motion Detection/AI Human Detection, Privacy Zone แต่มันมีฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้นมานอกเหนือจาก Pan/Tilt ก็คือ ความสามารถในการตั้งค่า Preset Point ที่จำตำแหน่งของกล้อง และมันเป็นกล้องตัวแรกของ SONOFF ที่สนับสนุน ONVIF นอกเหนือจาก RTSP ที่มีมาตั้งแต่รุ่น CAM S2 เรามาดูในรายละเอียดกัน
แกะกล่อง
ภายในกล่องจะมาพร้อมตัวกล้อง คู่มือ สาย USB-C พุกและสกรู สติกเกอร์สำหรับเจาะรู ตัวจับกล้อง แต่ถ้าต้องการตัวยึดกล้องในรูปแบบอื่นๆ (รูปด้านล่าง) สามารถไปหาแบบ 3D Printing ของ SONOFF ได้ที่นี่
ตัวกล้องจะมาพร้อมกับ ลำโพงและไมค์ในตัว (สื่อสารสองทาง) ตัวกล้องสามารถหมุนได้ถึง 340 องศาซ้ายขวา และ ก้มเงยได้ถึง 180 องศา มีช่องเสียบ memory card ที่มีความจุได้สูงสุด 128GB ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการใช้งานเพราะเอาจริงๆมันสามารถบันทึกทับไปเรื่อยๆหรือเลือกบันทึกเฉพาะข้อมูลบางอย่างเช่นเหตุการณ์ตอนเกินเหตุได้
เรายังขัดใจว่าทำไม SONOFF ยังไม่ออกผลิตภัณฑ์กล้องที่สามารถทำงานกลางแจ้ง (outdoor) ได้สักที เพราะสาวก SONOFF ถามถึงกันอยู่บ่อยๆ และมีผู้ใช้ต้องหากล่องกันน้ำมาใส่กล้อง indoor เองเพื่อไปใช้ภายนอก
สรุปฟีเจอร์เด่นๆ
อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าตัว CAM-PT2 มีฟีเจอร์ที่คล้ายกับ CAM S2 มากๆ แนะนำให้ไปดูรีวิวที่เราทำไว้กับ S2 แต่โดยสรุป CAM-PT2 มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น
- มี AI ตรวจจับ Human Detection เพิ่มมาจาก Motion Detection ทำให้การตรวจจับเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ลดการ false alarm ลง อันนี้ดีขึ้นแต่ก่อนที่ false ค่อนข้างเยอะ พอเปลี่ยนมาเป็น Human Detection เราว่ามันดีขึ้นพอสมควรเลยทีเดียว
- สื่อสารได้สองทางผ่าน eWelink app ซึ่งเราลองเล่นดูสักพัก มันยังมีติดๆขัดๆอยู่ทั้งๆที่กล้องและแอปอยู่ใน Wifi Access Point เดียวกัน ไม่แน่ใจสาเหตุเกิดจากอะไร หรือจะเป็นเพราะ Wifi 2.4GHz ที่ห้องทดลองเรา ค่อนข้างหนาแน่นเกินไป
- สร้าง Zone ที่เป็นส่วนตัว (โดนบังไว้) อันนี้คือดีที่ต้องที่ไม่ต้องมานั่ง mask ภาพเองทีหลังหากจะต้องแชร์ไปให้คนอื่นๆ หรือ ต้องการความเป็นส่วนตัวของข้อมูลสุดๆ
- ตั้งค่า Preset Point ทำให้การหมุนกล้องไปที่ตำแหน่งต้องการเร็วขึ้น เพียงแค่คลิกเดียว เท่าที่ทดลองมันสะดวกมากกว่าต้องมานั่งกด Up/Down/Left/Right หลายๆครั้ง ประหยัดเวลาไปเยอะเหมือนกัน
- ทางเลือกในการเก็บข้อมูลบน Cloud (ต้องซื้อ Camera Plan) นอกเหนือจากบันทึกบน memory card คล้ายๆกับที่เรารีวิวไปใน CAM S2 การมี Cloud ทำให้เราสามารถบันทึก (คัดลอก) เหตุการณ์ที่สำคัญไปอยู่บน Cloud ได้ด้วย หากทั้ง memory card และ NVR ถูกขโมยไป เราก็ยังมีหลักฐานบางอย่างเก็บไว้บน cloud แน่นอน Camera Plan มีค่าใช้จ่ายในการเก็บ
- ทำงานร่วมกับ Google Home, Amazon Alexa, Home Assistant , NVR ต่างค่าย และ กับ Apple HomeKit โดยผ่าน Scrypted
สเปค
- มุมเลนส์กล้อง – >100°
- สถานที่ใช้งาน – ในร่ม
- วิธีจัดเก็บข้อมูล – จัดเก็บบนคลาวด์และการ์ด microSD (สูงสุด 128GB)
- การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi IEEE 802.11 b/g/n 2.4GHz
- ค่ารูรับแสงเลนส์ – F2.0
- มุมการหมุน – แนวนอน 340° แนวตั้ง 180°
- ความละเอียด – 1080P
- มาตรฐานการบีบอัดวิดีโอ – H.264
- ประเภทอินเทอร์เฟซ – Type-C
- แรงดันไฟเข้า – 5V = 2A
- ขนาดสินค้า – 74 x 119 มม.
- น้ำหนักสุทธิ – 193 กรัม (ไม่รวมอุปกรณ์เสริม)
- อุณหภูมิในการทำงาน – -10°C~40°C
- ความชื้นในการทำงาน – 5%~95% RH ไม่ควบแน่น
- วัสดุเคส – ABS, สี – ดำและขาว
การทำงานร่วมกับ eWelink
เราขอข้ามขั้นตอนการเพิ่มอุปกรณ์ไป เพราะก็จะเหมือนกับอุปกรณ์ SONOFF ตัวอื่นๆที่เราเคยรีวิวไปหลายๆครั้ง ก่อนเพิ่มอุปกรณ์ให้แน่ใจว่าเวอร์ชั่นของ eWeLink ต้องอย่างน้อย 5.17 และเฟริมแวร์ของ CAM PT2 ต้องอย่างน้อย 1.06 เพื่อให้ทำงานเข้ากันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่ออุปกรณ์ PT2 ได้เข้าไปใน eWelink แล้ว เราสามารถควบคุมกล้องได้ทั้ง Pan-Tilt-Zoom สามารถ Playback ได้ ทำ Preset Point ในตำแหน่งที่ต้องการ หรือ การทำ Privacy Zone ตามที่ต้องการ โดยรวม PT2 มันก็มีฟีเจอร์พอสมควรให้ใช้ สำหรับผู้ใช้ทั่วไปน่าจะพอเพียง ดูรูปด้านล่างประกอบ
และสาวก eWeLink จะพบว่าเราก็สามารถเอาภาพ CAM PT2 ไปอยู่ในอุปกรณ์บางอย่างที่ eWeLink ควบคุมได้ในหน้าจอเดียวกันเพื่อความสะดวก ยกตัวอย่างเช่น กล้องที่อยู่หน้าประตูรั้วก็เอามาอยู่กับ Smart Switch ที่เปิดปิดประตู แน่นอนต้องเป็นของ SONOFF ดูตัวอย่างขั้นตอนการตั้งค่าตามรูปด้านล่าง ต้องการให้คลิปจากกล้องไปปรากฏที่อุปกรณ์ไหนให้ดูไอคอนที่เป็นรูปกล้องมุมขวาบน (ลูกศรสีส้มชี้) กดแล้วจะขึ้นรายชื่อกล้องที่สามารถใข้ได้ หลังจากเลือกก็จะมีภาพจากกล้องมาแสดง
การทำงานร่วมกับ NVR ผ่าน ONVIF
แน่นอน CAM-PT2 เป็นกล้องตัวแรกของ SONOFF ที่สนับสนุนโปรโตคอล ONVIF เราเลยทดลองบันทึกภาพจาก CAM-PT2 เข้าไปที่ NVR ของค่ายอื่น ตัว NVR ที่เราเลือกมาทดสอบด้วยคือ Panasonic รุ่น NVR K-NL416K ที่สนับสนุนโปรโตคอล ONVIF
ข้อมูลที่เราต้องมีก่อนทำการตั้งค่าใน NVR เพื่อเพิ่มกล้อง ONVIF เข้าไปก็คือ ไอพีของกล้อง, ONVIF Username, ONVIF Password และ หมายเลขพอร์ต โดยไปที่ Setting / More Settings ของกล้องในแอป eWeLink ตามรูปด้านล่าง ทั้ง RTSP และ ONVIF จะใช้ข้อมูลการต่อเชื่อมเหมือนกัน
หลังจากนั้นเอาข้อมูลจากใน eWeLink ไปใส่ใน GUI ของ NVR เพื่อเพิ่มกล้อง ONVIF เข้าไป ถ้าทุกอย่างถูกต้องเราจะสามารถดึงข้อมูลภาพของกล้องที่เก็บใน NVR ไปดูที่อุปกรณ์ปลายทางได้เลย เช่น ดูจาก แอป DMSS บน iOS ตามรูปด้านล่าง อันนี้ดีเพราะเราจะได้มีทางเลือกในการเก็บข้อมูลมากกว่าที่จะเก็บบน memory card
การทำงานร่วมกับ Home Assistant
ถัดมาเราได้ทดสอบเอาภาพจาก CAM-PT2 ฟีดเข้าไปใน Home Assistant เพื่อทำ Automation โดยผ่าน ONVIF เช่นกัน มันทำให้เราสามารถนำข้อมูลทั้งวีดีโอ พร้อม Motion Detection และ Human Detection เข้าไปใน Home Assistant เป็น trigger เพื่อไปสร้าง Automation ที่เป็นประโยชน์หลายอย่างได้
เราใช้ Home Assistant Core 2025.6.3 และเฟริมแวร์ของกล้อง PT2 คือ 1.06 ในการทดสอบ
ขั้นตอนก็ไปที่ Setting ของ Home Assistant แล้วคลิก Add Integration เลือก ONVIF แล้วให้มัน scan ให้หรือจะใส่ไอพีแอดเดรสของกล้องเองก็ได้ ตามตัวอย่างรูปด้านล่าง
หลังจากที่ CAM PT2 ปรากฏใน Home Assistant แล้ว อาจจะต้องรออีกสักพักกว่าจะได้เห็น entity ทั้งหมด ตอนที่เราทดสอบทั้ง Human Detection และ Motion Detection จะยังไม่มาทันทีต้องรอสักพัก อย่าตกใจไป 😉
แน่นอนสาวก Home Assistant ก็สามารถเอา entitiy ไปใช้งานต่อไป เช่น เอา entity ของวิดีโอไปให้ Generative AI วิเคราะห์ในมุมต่างๆ หรือเอา Human Detection ไปเป็น trigger เพื่อเปิดปิดไฟพร้อมการเตือนไปยังมือถือของเรา หรือ เอาเข้า Frigate ที่ทำหน้าที่เป็น NVR และ Object Detection ไปในตัวเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลวิดีโอในเชิงลึก เป็นต้น
เราได้ทดลองสร้าง Picutre Glance Card ของ Home Assistant เพื่อแสดงภาพ พร้อมทั้งมีปุ่มควบคุมกล้องโดยเรียกใช้ฟังก์ชั่นที่มากับ ONVIF integration เช่น PTZ Left, PTZ Right, PTZ Up, PTZ Down อย่างไรก็ดีการแสดงผลค่อนข้างช้า หากคลิกลูกศรอันใดอันหนึ่งเพื่อหันกล้องจะใช้เวลาเกิน 1 วินาทีและภาพไม่ลืนไหลเท่าที่ควร เราเลยทดลองใช้อีกวิธีนั่นคือ WebRTC Camera integration ซึ่งเป็น Custom Integration ที่ต้องโหลดเพิ่มจาก Github ซึ่งต้องดึงภาพผ่าน RTSP แทนที่จะเป็น ONVIF มันก็เป็นโอกาสอันดีที่ได้ทดลองอีกวิธีดู ซึ่งกล้อง CAM PT2 สนับสนุนทั้ง ONVIF และ RTSP โดยมี username / password อันเดียวกัน
หลังจากติดตั้ง WebRTC เสร็จ เราก็ไม่รอช้าเราสร้าง Manual Card แล้วใส่ข้อมูลดังนี้ ตัว admin, password และ IP จะเหมือนกับ ONVIF ที่เรากล่าวถึงไปแล้ว ส่วนที่เหลือก็ลอกตามตัวอย่างด้านล่าง
1 2 3 4 5 |
type: custom:webrtc-camera mode: webrtc media: video server: http://127.0.0.1:11984 |
ผลที่ได้น่าประทับใจนะ การควบคุมมีการตอบสนองที่ดีขึ้นมาก ใช้เวลาหลังกดปุ่มเลื่อนกล้องซ้ายขวาเกือบจะทันทีทันใด คลิปด้านล่างเป็น GIF ไฟล์ซึ่งจริงๆมันชัดกว่านี้แต่เพื่อให้ดูการตอบสนองของกล้องกับคำสั่งที่เรากดไปในการทดสอบนี้
บทสรุป
โดยรวม CAM PT2 มันค่อนข้างโอเคนะ ฟีเจอร์ไม่เยอะสุดแต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานโดยเฉพาะสาวก eWeLink สามารถเอา Human Detection ไปเป็น condition ใน Scene เพิ่มขึ้นมานอกเหนือจาก Motion Detection และสามารถนำภาพจากกล้องไปอยู่รวมกับอุปกรณ์อื่นๆใน eWeLink ในหน้าเดียวเพื่อให้ดูแบบง่ายๆ ตราบใดที่อยู่ eWeLink ecosystem ตัว CAM PT2 ก็น่าใช้เมื่อเทียบกับราคา
ฟีเจอร์ที่มีประโยชน์มากๆอีกอันที่เพิ่มขึ้นมาในรุ่นนี้ก็คือการสนับสนุนโปรโตคอล ONVIF ทำให้การนำไปใช้งานได้หลากหลายแพลตฟอร์มมากขึ้น เช่น กับ Home Assistant หรือ การบันทึกภาพไปยัง NVR ต่างค่าย และแน่นอนเราอยากจะเห็นกล้องจาก SONOFF รุ่น outdoor สักที
ขอบคุณ ITEAD ที่ส่ง SONOFF SONOFF CAM Pan-Tilt 2 (CAM-PT2) มาให้รีวิวในครั้งนี้ อุปกรณ์จำหน่ายในราคา $24.62 (~800฿) ในร้านออนไลน์ และยังสามารถใช้คูปองโค้ด cnxsoft เพื่อรับส่วนลด 10%

ชาวสวนสาย Infrastructure ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีทางด้าน IOT เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นด้าน Smart Home, Smart Farm และยังสนใจในนวตกรรมเกี่ยวกับ Sustainability เช่น Renewable Energy และ Organic Food