Google ได้ประกาศเปิดตัว Android 17 เวอร์ชัน Beta 1 อย่างเป็นทางการ โดยมาพร้อมการปรับปรุงประสิทธิภาพ รองรับตัวแปลงสัญญาณวิดีโอ H.266/VVC, การเปลี่ยนโหมดกล้องที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น รวมถึงการเสริมความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย
ครั้งนี้ทาง Google จะไม่ปล่อยเวอร์ชัน Developer Preview แยกต่างหากอีกต่อไป แต่ใช้แนวทาง “continuous Canary channel” ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ Android 16 Developer Preview ทำให้ Android 17 เปิดตัวครั้งแรกในรูปแบบ Beta 1 เลย
การเปลี่ยนแปลงสำคัญใน Android 17:
- นักพัฒนาไม่สามารถปิดข้อจำกัดด้านการหมุนหน้าจอและการปรับขนาดบนอุปกรณ์หน้าจอใหญ่ (sw > 600dp) ได้อีกต่อไป, แอปจึงต้องรองรับการทำงานบนแท็บเล็ต อุปกรณ์จอพับ และโหมดหน้าต่างแบบเดสก์ท็อป, ยกเว้น: แอปที่ถูกจัดประเภทเป็น เกม โดยกำหนดค่า android:appCategory flag, โดย Google ได้เผยแพร่ blog post แยกต่างหาก เพื่ออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้
- การปรับปรุงประสิทธิภาพและเครื่องมือ
- MessageQueue แบบ Lock-free เพื่อลดอาการเฟรมตก
- เพิ่ม Generational Garbage Collection ใน ART เข้าไปใน Concurrent Mark-Compact collector ของ ART เพื่อลดภาระ CPU และระยะเวลาในการทำ Garbage Collection โดยรวม การปรับปรุงนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะ Android 17 เท่านั้น แต่จะย้อนกลับไปอัพเดตให้อุปกรณ์ที่รัน Android 12 (API level 31) ขึ้นไป ผ่านการอัปเดต Google Play System
- Static final fields – แอปที่กำหนดเป้าหมายเป็น Android 17 หรือใหม่กว่า จะไม่สามารถแก้ไขค่า static final ได้อีกต่อไป ซึ่งช่วยให้ระบบรันไทม์สามารถทำการปรับแต่งประสิทธิภาพ (optimization) ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น
- การจำกัดการใช้งาน Custom Notification View เพื่อลดการใช้หน่วยความจำ และปิดช่องโหว่ที่แอปบางตัวใช้ URI เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดเดิม
- ProfilingManager triggers ใหม่สำหรับดีบักประสิทธิภาพ – TRIGGER_TYPE_COLD_START, TRIGGER_TYPE_OOM, และ TRIGGER_TYPE_KILL_EXCESSIVE_CPU_USAGE. สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเอกสารประกอบ
- มีเดีย และกล้อง
- Dynamic Camera Session Updates ทำให้สามารถสลับการใช้งานหรือโหมดกล้อง (เช่น ถ่ายภาพนิ่ง ↔ บันทึกวิดีโอ) ได้อย่างลื่นไหล และลดอาการกระตุกหรือค้างที่ผู้ใช้มองเห็นระหว่างการใช้งาน
- Logical Multi-Camera Device Metadata – นักพัฒนาสามารถดึง metadata เพิ่มเติมจากกล้องจริงทุกตัวที่ใช้งานอยู่ ไม่ใช่แค่กล้องหลัก
- รองรับ Versatile Video Coding (VVC)/H.266 เพิ่มการรองรับมาตรฐานบีบอัดวิดีโอ VVC (H.266) สำหรับอุปกรณ์ที่มีฮาร์ดแวร์ถอดรหัสและไดรเวอร์ที่รองรับ
- เพิ่มโหมด Constant Quality สำหรับการบันทึก/เข้ารหัสวิดีโอ
- Background Audio Hardening – เฟรมเวิร์กด้านเสียงจะเพิ่มข้อจำกัดในการทำงานของเสียงเบื้องหลัง เช่น การเล่นเสียง, การร้องขอ audio focus และ API การเปลี่ยนระดับเสียง เพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดจากความตั้งใจของผู้ใช้เท่านั้น
- ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย
- ยกเลิกการใช้งาน Cleartext Traffic attribute นักพัฒนาควรย้ายไปใช้ไฟล์ Network Security Configuration แทน เพื่อให้สามารถกำหนดนโยบายความปลอดภัยของเครือข่ายได้อย่างละเอียดและยืดหยุ่นมากขึ้น
- HPKE Hybrid Cryptography ใน Android 17 ได้เพิ่ม Service Provider Interface (SPI) แบบสาธารณะ สำหรับ HPKE hybrid cryptography ซึ่งเป็นการเข้ารหัสแบบผสมผสาน ช่วยให้สามารถสื่อสารข้อมูลได้อย่างปลอดภัย โดยใช้ทั้งการเข้ารหัสแบบ Public Key และ Symmetric AEAD ร่วมกัน
- การเชื่อมต่อและโทรคมนาคม
- Enhanced VoIP Call History ปรับปรุงประวัติการโทรผ่าน VoIP โดยเพิ่มความสามารถในการจัดการการตั้งค่ารูปโปรไฟล์ผู้โทรและผู้เข้าร่วม (avatar URIs) ในแอปโทรศัพท์ (system dialer)
- Wi-Fi Ranging และ Proximity เพิ่มความสามารถใหม่ด้านการตรวจจับระยะใกล้ รองรับการวัดระยะแบบต่อเนื่อง และการค้นหาอุปกรณ์แบบ peer-to-peer ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีการอัปเดต Wi-Fi Aware ranging โดยเพิ่ม API ใหม่สำหรับจัดการ peer handles และรองรับการแคช PMKID สำหรับมาตรฐาน 802.11az secure ranging
- เครื่องมือและประสิทธิภาพสำหรับนักพัฒนา
- มีการเพิ่มโปรไฟล์ใหม่ 2 ประเภทใน CompanionDeviceManager ได้แก่ อุปกรณ์การแพทย์ และอุปกรณ์ Fitness Trackers
- นอกจากนี้ CompanionDeviceManager ยังมีกล่องโต้ตอบแบบรวมศูนย์ (unified dialog) สำหรับการเชื่อมโยงอุปกรณ์และการขอสิทธิ์ Nearby ภายในหน้าต่างเดียวกัน ช่วยให้ขั้นตอนการอนุญาตสิทธิ์สะดวกและชัดเจนมากขึ้น
อัปเดต Android 17 Beta 1 เปิดให้ทดสอบสำหรับผู้ใช้ Pixel ที่ลงทะเบียนใน Beta program ไว้แล้ว จะได้รับการอัปเดตผ่านทาง OTA ทันที หรืออีกทางเลือกหนึ่ง นักพัฒนาสามารถทดสอบ Android 17 ได้ผ่าน Android Emulator ใน Android Studio

ต่อจากนี้ไป Google จะปล่อย Android 17 SDK เวอร์ชันหลัก (Major release) ในไตรมาส 2 ปี 2026 ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงด้าน API และตามมาด้วย SDK เวอร์ชันย่อย (Minor release) ในไตรมาส 4 ปี 2026 ที่จะเพิ่ม API และฟีเจอร์ใหม่ ๆ แต่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้แอปที่มีอยู่เดิมใช้งานไม่ได้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์สำหรับนักพัฒนา
แปลจากบทความภาษาอังกฤษ : Android 17 Beta 1 released with H.266/VVC support, camera improvements, and more

บรรณาธิการข่าวและบทความภาษาไทย CNX Software ได้มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Smart Home และ IoT

