Qualcomm Snapdragon Wear Elite บริษัทอธิบายว่าเป็น แพลตฟอร์มอุปกรณ์สวมใส่ Personal AI รุ่นแรกของโลก โดยมาพร้อม NPU สำหรับประมวลผล AI บนอุปกรณ์ ให้ประสิทธิภาพสูงสุดถึง 12 TOPS ที่ใช้พลังงานต่ำ และรองรับโมเดลขนาดสูงสุด 2 พันล้านพารามิเตอร์ (2B parameters)
แพลตฟอร์มนี้ให้ประสิทธิภาพ CPU แบบ single-core สูงขึ้นถึง 5 เท่า และ GPU เร็วขึ้นสูงสุด 7 เท่า เมื่อเทียบกับ Snapdragon W5+ Gen 2 Wearable Platform รุ่นก่อนหน้า อีกทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นสูงสุด 30% รองรับการใช้งานหลายวันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ด้วยสถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 3 นาโนเมตร (3nm) นอกจากนี้ยังรองรับระบบชาร์จเร็ว โดยสามารถชาร์จได้ถึง 50% ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที
สเปคของ Snapdragon Wear Elite :
- CPU – ความเร็วสูงสุด 2.1 GHz
- GPU
- Qualcomm Adreno 3D GPU รองรับ OpenGL ES 3.2, Vulkan 1.2 และ OpenCL 2.0 APIs
- 2.5D GPU co-processor clocked ความเร็วสูงสุด 500 MHz
- ISP – Qualcomm Spectra
- AI accelerator – Qualcomm Hexagon NPU; AI performance สูงสุด 12 TOPS ; รองรับโมเดลสูงสุด 2B พารามิเตอร์
- หน่วยความจำ – LPDDR5 แบบ 16-bit ความเร็ว 6400 MHz
- ที่เก็บข้อมูล – eMMC สูงสุด 32GB
- จอแสดงผล – ยังไม่ระบุ (TBD)
- กล้อง
- 2x CSI 4-lane DPHY/CPHY
- รองรับ – Multi-frame Noise Reduction (MFNR), Motion Compensated Temporal Filter (MCTF), Electronic Image Stabilization (EIS)
- การเชื่อมต่อไร้สาย (Wireless)
- Qualcomm RF Front-End (RFFE) solution
- โมเด็ม Cellular Modem-RF สำหรับอุปกรณ์สวมใส่ รองรับ 5G RedCap, 4G LTE (TDD/FDD), NB‑NTN
- Tri-band WiFi 6 1×1 MIMO
- Bluetooth 5.3, Bluetooth 6.0
- รองรับ UWB สำหรับการระบุตำแหน่งระยะใกล้ เช่น ค้นหาอุปกรณ์
- รองรับ NFC ผ่านผู้ให้บริการภายนอก
- GNSS – Beidou, Galileo, GLONASS, GPS, QZSS, NavIC; dual-band (L1/L5)
- USB – USB 2.0
- PCIe – PCIe 3.0
- อินเทอร์เฟซอื่น ๆ – QUP5, SDIO
- ความปลอดภัย – Qualcomm Processor Security, Qualcomm Trusted Execution Environment (TEE)

ชิป/แพลตฟอร์ม Qualcomm Snapdragon Wear Elite รองรับระบบปฏิบัติการ Android, FreeRTOS, Wear OS, และ Linux
ชิปดังกล่าวมาพร้อม agentic intelligence ในตัว ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับการโต้ตอบและความช่วยเหลือแบบเฉพาะบุคคลตามพฤติกรรมและความชอบ โดยข้อมูลจะถูกประมวลผลบนอุปกรณ์ ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อคลาวด์ นอกจากนี้ยังรองรับการติดตามสุขภาพและฟิตเนสขั้นสูงหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบต่อเนื่อง ไปจนถึงการวิเคราะห์การนอนหลับเชิงลึก โดยรองรับเซ็นเซอร์มากกว่า 50 ประเภท
อุปกรณ์เชิงพาณิชย์รุ่นแรกที่ใช้ Snapdragon Wear Elite คาดว่าจะเปิดตัวภายในอีกไม่กี่เดือนและ Galaxy Watch รุ่นถัดไปจะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สวมใส่กลุ่มแรกที่ใช้ชิปใหม่รุ่นนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมบนหน้าเพจผลิตภัณฑ์ และข่าวประชาสัมพันธ์
แปลจากบทความภาษาอังกฤษ : Qualcomm Snapdragon Wear Elite wearable platform offers 5G RedCap, WiFi 6, Bluetooth 6.0, built-in AI accelerator

บรรณาธิการข่าวและบทความภาษาไทย CNX Software ได้มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Smart Home และ IoT


