เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน เราได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโมดูล Brainchip AKD1500 M.2 ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับ Raspberry Pi 5 ผ่านการ์ดขยาย M.2 HAT+ ที่รองรับ เพื่อประเมินประสิทธิภาพของโซลูชันหรือพัฒนาแอปพลิเคชันด้วยเทคโนโลยี Neuromorphic AI ของบริษัท
ล่าสุด BrainChip ได้เปิดตัว AKD1500 Raspberry Pi 5 Dev Kit เพื่อให้การเริ่มต้นใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น โดยภายในชุดประกอบด้วย Raspberry Pi 5 รุ่น RAM 8GB, M.2 HAT+ อย่างเป็นทางการ และการ์ดเร่งความเร็ว AI Akida AKD1500 M.2 แบบ B+M-Key ทั้งหมดติดตั้งมาในเคสโลหะ
พอร์ตเชื่อมต่อส่วนใหญ่ของ Raspberry Pi 5 ยังคงสามารถใช้งานได้จากภายนอกเคส ได้แก่ พอร์ต Gigabit Ethernet, พอร์ต USB จำนวน 4 พอร์ต, เอาต์พุตวิดีโอ HDMI จำนวน 2 พอร์ต และพอร์ต USB-C สำหรับจ่ายไฟ นอกจากนี้ยังมีช่องเปิดสำหรับเข้าถึงปุ่มเปิด/ปิดเครื่องของ Raspberry Pi 5 และไฟ LED บน M.2 HAT+ อีกด้วย ชุดพัฒนานี้จำเป็นต้องใช้กล้องในการทำงาน แต่แทนที่จะใช้โมดูล Raspberry Pi Camera ที่เชื่อมต่อผ่าน MIPI CSI ผู้ใช้จะต้องเชื่อมต่อกล้อง USB แทน
ภายในชุดยังมาพร้อม microSD Card ขนาด 32GB ซึ่งติดตั้งซอฟต์แวร์มาให้ล่วงหน้า ได้แก่ Ubuntu Server 20.04 LTS (TBC), Python 3.7 และ MetaTF Development Environment ผู้ใช้เพียงเชื่อมต่อกล้อง USB และนำ Raspberry Pi 5 เข้าสู่เครือข่ายภายในผ่าน Ethernet หรือ Wi-Fi จากนั้นเปิดเว็บเบราว์เซอร์และป้อน IP Address ของชุดพัฒนา (ตัวอย่างเช่น 10.42.0.1 เมื่อเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi) ก็จะสามารถเข้าถึง Akida Demo Dev Kit Launcher เพื่อทดลองใช้งานเดโมต่าง ๆ ได้ทันที ประกอบด้วย Visual Wake-Word (VWW) เดโมตรวจจับการมีบุคคลอยู่ในพื้นที่ (Person Presence), Object Detection (YOLO) เดโมตรวจจับวัตถุ, Edge Demo (MobileNet) เดโมประมวลผล AI บนอุปกรณ์ Edge และ Face Demo (MobileNet) เดโมตรวจจับใบหน้า ทั้งหมดทำงานบนตัวเครื่องเองโดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์
หลังจากทดลองใช้งานเดโมต่าง ๆ แล้ว ผู้ใช้สามารถพัฒนาโมเดล AI ของตนเองด้วย MetaTF ML Framework ได้ โดยบริษัทยังระบุว่ารองรับ Edge Impulse ด้วย แต่ข้อมูลนี้ปรากฏเฉพาะในเอกสาร Product Brief เท่านั้น ยังไม่ได้ระบุไว้ในคู่มือผู้ใช้ อีกหนึ่งความสามารถที่น่าสนใจคือ On-chip Training ซึ่งช่วยให้โมเดลสามารถเรียนรู้คลาสใหม่ ๆ ได้โดยตรงบนอุปกรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องนำโมเดลกลับไปฝึกใหม่ผ่านคลาวด์
แม้ว่าชุดพัฒนานี้จะดูน่าสนใจและช่วยให้เริ่มต้นทดลองใช้งานได้ง่ายขึ้น แต่เมื่อพิจารณาราคาแล้วอาจต้องคิดอีกครั้ง เนื่องจาก AKD1500 Raspberry Pi 5 Dev Kit มีราคาสูงถึง $1,295 (~44,000฿) เข้าใจได้ว่าเป็นชุดพัฒนาที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการเริ่มต้นใช้งาน ไม่ได้เน้นการลดต้นทุนฮาร์ดแวร์ แต่ถ้าต้องการประกอบชุดที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ก็สามารถซื้ออุปกรณ์แยกชิ้นได้ด้วย Raspberry Pi 5 8GB ราคา MSRP $175 (~5,900฿), M.2 HAT+ ราคา $12 (~400฿), Akida AKD1500 M.2 card ราคา $129 (~4,400฿), เคสโลหะอย่าง Geekworm P579 ราคา $10.99 (~370฿)) และ microSD card 32GB คลาส A1/A2 ราคา $10 (~340฿) ถึง $20 (~380฿) รวมค่าฮาร์ดแวร์ประมาณ $350 (~12,000฿) ยังไม่รวมภาษีและค่าจัดส่ง โดยผู้ใช้จะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 ชั่วโมงในการประกอบฮาร์ดแวร์และติดตั้งซอฟต์แวร์ด้วยตนเอง แต่ถ้าคุณมีรายได้มากกว่า $400 (~13,500฿) ต่อชั่วโมงชุดพัฒนาก็อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในแง่ของเวลาและความสะดวก
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ข่าวประชาสัมพันธ์
แปลจากบทความ : Brainchip AKD1500 Raspberry Pi 5 Dev Kit enables users to quickly experiment with event-based neuromorphic AI

บรรณาธิการข่าวและบทความภาษาไทย CNX Software ได้มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Smart Home และ IoT




