SlimeVR Butterfly Trackers ออกแบบโดย SlimeVR เมืองรอตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์, เป็นฮาร์ดแวร์แบบโอเพ่น (Open-hardware) ใช้เซนเซอร์ IMU สำหรับติดตามการเคลื่อนไหวแบบ Full-Body Tracking เหมาะกับการเล่นเกม VR, งาน Motion Capture, VTubing และงานอื่น ๆ, Tracker นี้ สามารถระบุตำแหน่งร่างกายทั้งตัวได้โดยไม่ต้องใช้ Base Station, กล้อง, Wi-Fi หรือ Bluetooth
Tracker ใช้ IMU วัดการหมุนแบบสัมบูรณ์ (Absolute Rotation) และส่งข้อมูลผ่านโปรโตคอล ESB แบบปรับแต่งเองบนย่านความถี่ 2.4 GHz ผ่านดองเกิลเฉพาะ รองรับได้สูงสุด 10 ตัวต่อดองเกิล, ช่วยแก้ปัญหาการบังสัญญาณ (Occlusion) และไม่ต้องตั้งค่าเราเตอร์, ฮาร์ดแวร์ใช้ชิปไร้สาย Nordic Semiconductor รุ่น nRF52833, ดีไซน์แบบ “Butterfly” แยก PCB กับแบตเตอรี่ 90 mAh วางข้างกัน ทำให้ความหนาน้อยกว่า 7 มม. และน้ำหนักต่ำกว่า 10 กรัม พร้อมแผ่นเชื่อมต่อแบบยืดหยุ่น ทำให้สวมใส่สบายแม้ใส่ใต้เสื้อผ้าหรือขณะนอนเล่น VR, ระบบรองรับ Refresh rate 100–200 Hz, Latency ต่ำกว่า 15 ms, แบตเตอรี่ใช้งานมากกว่า 48 ชั่วโมง, ชาร์จผ่าน USB-C และรองรับ OTA firmware update
สเปคของ SlimeVR Butterfly Trackers:
- Wireless MCU – Nordic nRF52833
- CPU – Arm Cortex-M4F microcontroller @ 64 MHz
- หน่วยความจำ – RAM 128 kB
- สตอเรจ – Flash 512 kB
- การเชื่อมต่อไร้สาย
- การสื่อสารไร้สายย่าน 2.4 GHz แบบ proprietary ผ่านโปรโตคอล Enhanced ShockBurst (ESB) ซึ่งต้องใช้ USB ดองเกิลเฉพาะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์โฮสต์
- ระยะสูงสุด 10 เมตร
- Refresh rate 100–200 Hz
- Latency < 15 ms
- USB – พอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จและอัปเดตเฟิร์มแวร์
- เซนเซอร์ – IMU 6 แกน (TDK ICM-45686) สำหรับวัดการหมุน
- อื่น ๆ – RGB status LED
- พลังงาน
- ชาร์จ 5V ผ่าน USB-C
- แบตเตอรี่ 90 mAh ใช้งานได้ 48+ ชั่วโมง
- รองรับโหมด Deep Sleep
- มีแท่นชาร์จเสริมสำหรับ 10 ตัว
- ขนาด – 56 x 35 x 7 มม.
- น้ำหนัก – < 10 กรัมต่อชิ้น
- การรับรอง – FCC, CE (WIP)
- การติดตั้ง – มีตัวเลือกสายรัดแบบตีนตุ๊กแก (รองรับ Velcro) โดยมีสายรัดมาให้ในชุด
- ตัวเครื่อง – ทำจากโพลีคาร์บอเนตขึ้นรูปด้วยการฉีด (Injection-molded) พร้อมโครงเชื่อมแบบผีเสื้อที่ยืดหยุ่น เพื่อให้แนบไปกับสรีระได้ดี

ก่อนหน้านี้ SlimeVR เคยเปิดตัว VR Tracker เคยระดมทุนได้มากกว่า 9 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 280 ล้านบาท) ซึ่งใช้โมดูล Espressif Systems เช่น ESP32/ESP8266 ซึ่งเหมาะกับสาย DIY แต่กินพลังงานสูงเพราะใช้ Wi-Fi, Butterfly Trackers รุ่นใหม่นี้เปลี่ยนมาใช้ชิป Nordic Semiconductor nRF52833 SoC, และแทนที่จะใช้ Wi-Fi ก็หันมาใช้ Enhanced ShockBurst (ESB) ซึ่งเป็นโปรโตคอล 2.4 GHz ที่หน่วงต่ำและประหยัดพลังงานกว่า ส่งผลให้อุปกรณ์สามารถทำงานได้นานกว่า 48 ชั่วโมงด้วยแบตเตอรี่ขนาดเล็กเพียง 90 mAh อย่างไรก็ตาม ข้อแลกเปลี่ยนคือจำเป็นต้องใช้ USB ดองเกิลเฉพาะ (มีมาให้ในชุด) แทนการเชื่อมต่อเข้ากับเราเตอร์ภายในบ้านโดยตรง
อีกจุดที่น่าสนใจคือดีไซน์บางเพียง 7 มม. ทีมพัฒนาเลือกวางแผง PCB และแบตเตอรี่แบบเคียงข้างกัน แทนการซ้อนทับ ทำให้ตัวอุปกรณ์แบ่งออกเป็นสองส่วนเชื่อมต่อกันด้วยสะพานยืดหยุ่น ช่วยให้โค้งรับกับสรีระผู้ใช้ได้ดี สวมใส่สบายมากขึ้นทั้งเวลานอนเล่น VR หรือใส่ไว้ใต้เสื้อผ้ารัดรูป
ส่วนของซอฟต์แวร์ถือว่าน่าสนใจและค่อนข้างซับซ้อนในเวลาเดียวกัน แม้ฮาร์ดแวร์จะเป็นเพียงเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งตามร่างกาย แต่ระบบซอฟต์แวร์ประกอบด้วยเฟิร์มแวร์ เซิร์ฟเวอร์กลาง และการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มภายนอก
Butterfly Trackers ทำงานด้วย Smol Slime firmware ซึ่งเดิมเป็นโครงการทดลองที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่ม community เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านพลังงานของฮาร์ดแวร์ ESP32 รุ่นแรก ปัจจุบันทั้ง Smol Slime Firmware และ Smol Slime Dongle Firmwar เปิดให้ใช้งานบน GitHub
ตัว Tracker ใช้เฟิร์มแวร์ SlimeVR Server เป็นแอปพลิเคชันข้ามแพลตฟอร์ม (รองรับ Windows, macOS, Linux และ Android) ทำหน้าที่เป็นสมองของระบบ พัฒนาโดย SlimeVR B.V. ทีมจากเมืองรอตเตอร์ดัม ตัวเซิร์ฟเวอร์จะรับข้อมูลการหมุนดิบจากดองเกิล แล้วใช้เทคนิค Forward Kinematics และโมเดลโครงกระดูกเสมือน เพื่อคำนวณตำแหน่งแขนขาของผู้ใช้ตามส่วนสูงและสัดส่วนร่างกาย นอกจากนี้ยังมีอัลกอริทึมขั้นสูงเช่น Autobone (ปรับเทียบโครงกระดูกอัตโนมัติ) และ Stay Aligned (ชดเชยอาการดริฟต์ของเซ็นเซอร์) อีกทั้งบริษัทยังระบุว่าซอฟต์แวร์สามารถรองรับอุปกรณ์ได้สูงสุดถึง 20 ชิ้น เพื่อความแม่นยำระดับสูงมาก (รวมถึงนิ้วมือ/นิ้วเท้าในอนาคต)


เพื่อให้คุณเห็นขาของตัวละครขยับในเกมอย่าง VRChat, Blade & Sorcery หรือ Minecraft เซิร์ฟเวอร์จำเป็นต้องสื่อสารกับตัวเกม ซึ่งทำได้สองวิธี วิธีแรกคือผ่าน OpenVR Driver ทำให้ SteamVR มองเห็นเป็น Tracker แบบทางการ เช่น HTC Vive หรือ Tundra อยู่ อีกวิธีหนึ่งคือรองรับโปรโตคอล OSC (Open Sound Control) สำหรับผู้ใช้ Quest แบบ Standalone โดยส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายภายในโดยไม่ต้องเชื่อมต่อผ่านพีซี ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เอกสารประกอบ และซอร์สโค้ด สามารถดูได้จากเว็บไซต์ทางการและหน้า GitHub ของโครงการ

SlimeVR Butterfly Trackers ขณะนี้เปิดจำหน่ายบน Crowd Supply โดยมีตัวเลือกเป็นชุด (Bundle) หลายรูปแบบ ราคาเริ่มต้นที่ชุด Core Set ราคา $279 (~8,700฿) ประกอบด้วยอุปกรณ์ 6 ชิ้น + ดองเกิล, ชุด Motion Capture Set แบบ 17 ชิ้น ราคา $788 (~24,500฿), นอกจากนี้ยังมีรุ่นพิเศษ Sakura Edition ราคา $499 (~15,500฿) ซึ่งมาพร้อมแท่นชาร์จ (Charging Dock) ผู้ซื้อยังสามารถเลือกซื้อแพ็กอัปเกรด อุปกรณ์แยกชิ้น ดองเกิลราคา $19 (~600฿) รองรับได้สูงสุด 10 อุปกรณ์ รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น แท่นชาร์จราคา $49 (~1,500฿) สายรัด แผ่นแปะ และคลิปหนีบเข็มขัด โดยกำหนดการเริ่มจัดส่งสินค้าคือวันที่ 31 สิงหาคม 2026
แปลจากบทความภาษาอังกฤษ : SlimeVR Butterfly Trackers – nRF52833-based, ultra-slim, full-body VR trackers offer up to 48h battery life (Crowdfunding)

บรรณาธิการข่าวและบทความภาษาไทย CNX Software ได้มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Smart Home และ IoT

