รีวิว RAKwireless WisMesh Station : สถานีฐาน Meshtastic พร้อม Raspberry Pi 4 ทดสอบ Mesh, Telemetry, MQTT และ Grafana

RAKwireless เป็นบริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ด้าน IoT และ LoRa/LoRaWAN ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยจากผลิตภัณฑ์ตระกูล WisBlock และ WisGate ล่าสุดได้เปิดตัว WisMesh Station / WisMesh Station HP (RAK8622/RAK8623) ซึ่งเป็นเกตเวย์และสถานีฐาน Meshtastic แบบ ready-to-run ที่ออกแบบมาสำหรับการติดตั้งถาวรแบบเปิดใช้งานตลอดเวลา (fixed, always-on) โดยภายในตัวเดียวรวมเอา Raspberry Pi 4 Model B, บอร์ดขยาย WisMesh Pi HAT (RAK6421), โมดูล LoRa, โมดูล GNSS และซอฟต์แวร์ที่จำเป็นเข้าไว้ด้วยกันในกล่องโลหะขนาดกะทัดรัด ติดตั้ง meshtasticd มาให้พร้อมใช้งาน ทำให้แกะกล่องเสียบปลั๊กแล้วเริ่มใช้งาน Meshtastic ได้เลย ส่วนชุดซอฟต์แวร์สำหรับเก็บและแสดงผลข้อมูลอย่าง MQTT, Node-RED, InfluxDB และ Grafana สามารถติดตั้งเพิ่มได้ตามคู่มือของ RAKwireless ซึ่งเราจะทดสอบให้ดูในรีวิวนี้ด้วย

WisMesh Station มีให้เลือก 2 รุ่นตามกำลังส่ง ได้แก่รุ่นมาตรฐาน RAK8622 ที่ใช้โมดูล LoRa RAK13300 (Semtech SX1262 กำลังส่ง 22 dBm) เหมาะกับเครือข่ายในเมืองที่โหนดอยู่ใกล้กัน และรุ่น RAK8623 (HP) ที่ใช้โมดูล RAK13302 (SX1262 บวกวงจรขยาย SKY66122 กำลังส่ง 30 dBm หรือ 1W) สำหรับงาน relay ระยะไกลหรือติดตั้งบนจุดสูงในพื้นที่ชนบท

ในรีวิวนี้เราจะมาแกะกล่อง ดูฮาร์ดแวร์ภายใน ติดตั้งเซนเซอร์สภาพแวดล้อม RAK1906 (Bosch BME680) เพิ่มเข้าไปในช่อง WisBlock ที่เหลืออยู่ แล้วทดสอบการทำงานของเครือข่าย mesh จริงร่วมกับอุปกรณ์ Meshtastic อีก 2 ตัวคือ WisMesh Pocket V2 และ WisMesh Tag โดยมีหัวข้อการทดสอบดังนี้

  • แกะกล่องและดูฮาร์ดแวร์ภายใน
  • การติดตั้งโมดูล RAK1906 (BME680) และการใช้งาน GNSS ที่มีมาในตัว
  • การตั้งค่าเริ่มต้นและกำหนด region สำหรับประเทศไทย (920-925 MHz)
  • ทดสอบการรับส่งข้อความและแชร์ตำแหน่งผ่าน mesh
  • ทดสอบระยะทางการสื่อสาร (range test)
  • ทดสอบการอ่านค่า telemetry จาก BME680 และแสดงผลผ่าน Node-RED / Grafana

wismesh product

สเปคของ WisMesh Station / WisMesh Station HP

  • Mainboard – Raspberry Pi 4 Model B (RAM 2GB ทั้งรุ่น RAK8622 และ RAK8623)
  • บอร์ดขยาย – RAK6421 WisMesh Pi HAT รองรับมาตรฐาน Raspberry Pi HAT+ มี EEPROM ในตัวสำหรับเก็บ metadata และ device tree ทำให้เฟิร์มแวร์ Meshtastic ตรวจจับและคอนฟิกโมดูลที่ติดตั้งได้อัตโนมัติ
    • Sensor slot 4 ช่อง (A, B, C, D) และ IO slot 2 ช่อง
    • มี ADC 16-bit (SGM58031 เข้ากันได้กับ ADS1115) รับสัญญาณอนาล็อก 4 ช่อง 0-3.3V
  • โมดูล LoRa
    • RAK8622 (รุ่นมาตรฐาน) – RAK13300 (Semtech SX1262, 22 dBm)
    • RAK8623 (รุ่น HP) – RAK13302 (SX1262 + SKY66122 booster, 30 dBm / 1W)
  • โมดูล GNSS – RAK12501 (Quectel L76K) ติดตั้งมาให้จากโรงงาน ต่อเสาอากาศ GPS ภายนอกผ่านขั้ว SMA
  • ความถี่ – เลือกได้ 800MHz (EU868/IN865/RU864) หรือ 900MHz (US915/AU915/KR920/AS923 ซึ่งใช้งานในไทยได้)
  • เซนเซอร์ WisBlock ที่รองรับเพิ่มเติม – RAK1901 (Temp/Humidity), RAK1902 (Barometric), RAK1906 (BME680), RAK12002 (RTC), RAK12037 (CO2), RAK12020 (Light), RAK12019 (UV), RAK12003 (IR Temp)
  • ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมาให้ – meshtasticd ติดตั้งมาให้บน SD card (image ทดสอบใช้ meshtasticd 2.7.20) ส่วน Mosquitto, Node-RED, InfluxDB และ Grafana ติดตั้งเพิ่มได้ผ่านสคริปต์จาก GitHub ของ RAKwireless
  • ขั้วเสาอากาศ – RP-SMA Female สำหรับ LoRa (รองรับเสา high-gain ภายนอก) และ SMA Female สำหรับ GPS
  • พลังงาน – USB-C / DC jack (5V) 3000mA
  • ตัวถัง – กล่องโลหะแบบเดียวกับเกตเวย์ RAK7248 (Industrial Enclosure)
  • ขนาด – 92 x 68.3 x 57.5 มม. น้ำหนัก 630 กรัม

WisMesh Station

สำหรับรุ่นที่เราได้รับมาทดสอบเป็นรุ่น RAK8622 รองรับความถี่ 900MHz สำหรับใช้งานย่าน AS923 ในประเทศไทยได้

แกะกล่อง WisMesh Station

ภายในกล่องประกอบด้วย

  • WisMesh Station จำนวน 1 ชุด
  • เสาอากาศ LoRa จำนวน 1 ต้น
  • เสาอากาศ GPS จำนวน 1 ต้น
  • Power Adapter จำนวน 1 ตัว
  • SD Card ขนาด 16GB (ติดตั้ง OS และซอฟต์แวร์มาให้แล้ว) จำนวน 1 ชิ้น
  • คู่มือการใช้งานWismesh station unbox

ตัวเครื่องใช้กล่องโลหะทั้งตัวแบบเดียวกับเกตเวย์ RAK7248 ให้ความรู้สึกแข็งแรงเหมาะกับการติดตั้งใช้งานถาวร ด้านหลังมีขั้วเสาอากาศ RP-SMA สำหรับ LoRa และ SMA สำหรับ GPS ส่วนด้านข้างเป็นพอร์ตของ Raspberry Pi 4 ทั้ง USB, Gigabit Ethernet และ USB-C สำหรับจ่ายไฟ
WisMesh Station side compare
เมื่อเปิดฝากล่องออกมาจะพบ Raspberry Pi 4 Model B (RAM 2GB) ที่ติดตั้งบอร์ด RAK6421 WisMesh Pi HAT ไว้ด้านบน บนบอร์ด HAT มีโมดูล LoRa เสียบอยู่ใน IO slot และโมดูล GNSS RAK12501 เสียบอยู่ใน sensor slot Aโดยยังเหลือ sensor slot ว่างสำหรับติดตั้งโมดูล WisBlock เพิ่มเติม ซึ่งเราจะใช้ติดตั้ง RAK1906 กันในหัวข้อถัดไปWismesh station HAT

อุปกรณ์ร่วมทดสอบ : WisMesh Pocket V2 และ WisMesh Tag

การทดสอบเครือข่าย mesh จำเป็นต้องมีโหนดมากกว่า 1 ตัว ในรีวิวนี้เราใช้อุปกรณ์ Meshtastic ของ RAKwireless อีก 2 รุ่นมาร่วมทดสอบ ซึ่งทั้งคู่ใช้แพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์แบบเดียวกันคือชิป Nordic nRF52840 คู่กับ LoRa transceiver Semtech SX1262 ที่ขึ้นชื่อเรื่องการใช้หลังงานต่ำเหมาะสำหรับอุปกรณ์แบบพกพา

  • WisMesh Pocket V2 (RAK10709)

WisMesh Pocket V2 เป็นอุปกรณ์ Meshtastic แบบพกพาพร้อมใช้ที่ flash เฟิร์มแวร์มาจากโรงงาน ภายในใช้โมดูล WisBlock Core RAK4631 (nRF52840 + SX1262) บนบอร์ดฐาน RAK19026 WisMesh Base Board ที่ออกแบบมาสำหรับงาน Meshtastic โดยเฉพาะ มีโมดูล GNSS ในตัวบนบอร์ดฐาน เซนเซอร์ accelerometer LIS3DH สำหรับปลุกหน้าจอเมื่อหยิบเครื่องขึ้นมา จอ OLED ขนาด 1.3 นิ้วสำหรับดูข้อความ ข้อมูลโหนด และความแรงสัญญาณโดยไม่ต้องเปิดมือถือ พร้อมปุ่ม user สำหรับเปลี่ยนหน้าจอและสวิตช์เปิดปิดตัดแบตเตอรี่
wismesh pocket v2 unbox

Wismesh pocket v2 overview

จุดที่น่าสนใจคือขั้วเสาอากาศแบบ SMA ที่ถอดเปลี่ยนเป็นเสา high-gain ได้ ต่างจากคู่แข่งบางรุ่นที่ใช้เสาในตัวถอดเปลี่ยนไม่ได้ แบตเตอรี่ในตัวขนาด 3,200mAh มีวงจรป้องกันไฟเกินทาง USB และ NTC ตรวจอุณหภูมิแบตขณะชาร์จ ชาร์จผ่าน USB-C และมีขั้วภายในสำหรับต่อแผงโซลาร์ นอกจากนี้ภายในยังเหลือ sensor slot 2 ช่อง ซึ่งเป็นแบบเดียวกับใน WisMesh Station กับ IO slot 1 ช่องให้ขยายเพิ่มได้อีก ตัวเคสมีให้เลือก 3 สีคือเขียว ดำ และขาว

wismesh pocket v2 teardown

  • WisMesh Tag

WisMesh Tag เป็น Tracker ขนาดเท่าบัตรเครดิตหนาเพียงประมาณ 7.5 มม. ที่ RAKwireless ทำร่วมกับ MOKOSmart ออกมาชนกับ Seeed Studio T1000-E โดยตรง ใช้ชิป nRF52840 + SX1262 เช่นเดียวกับ Pocket V2 แต่เปลี่ยนมาใช้โมดูล GNSS AT6558R ที่เคลมว่า fix ตำแหน่งได้เร็ว เสาอากาศทั้ง LoRa, BLE และ GPS อยู่ภายในตัวเครื่องทั้งหมด มีเซนเซอร์ accelerometer LIS2DH ในตัว แบตเตอรี่ 1,000mAh

wismesh tag overview

wismesh tag overview backside

ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP66 ทำงานได้ในช่วงอุณหภูมิ -20 ถึง +60 องศาเซลเซียส ชาร์จผ่านสาย pogo pin แบบแม่เหล็ก 4 ขา มี LED แสดงสถานะ heartbeat, BLE และการชาร์จ ปุ่มด้านหน้าปุ่มเดียวใช้ควบคุมหลายฟังก์ชันผ่านจำนวนครั้งที่กด เช่น กด 2 ครั้งเพื่อส่งตำแหน่งเข้า mesh ทันที กด 3 ครั้งเพื่อเปิดปิดโมดูล GPS ในกล่องแถมสายคล้องคอมาให้ด้วย ผ่านการรับรอง FCC และ CE เรียบร้อย จุดที่ต่างจาก Pocket V2 ชัดเจนคือไม่มีจอแสดงผลและขยายเซนเซอร์ไม่ได้ จึงเน้นบทบาทเป็นโหนด tracker สำหรับติดตามทรัพย์สิน สัตว์เลี้ยง หรือแขวนคอสมาชิกทีมภาคสนามโดยเฉพาะ

การทดสอบใช้งาน

สรุปรูปแบบ Network topology ที่เราจะทดสอบ คือ WisMesh Station ทำหน้าที่สถานีฐานและเกตเวย์ติดตั้งประจำที่ ต่อ Ethernet เข้าเครือข่ายภายใน ส่วน Pocket V2 เป็นโหนดพกพาคู่กับสมาร์ทโฟน และ Tag เป็นโหนด tracker ที่ออกไปทดสอบภาคสนาม

Meshtastic topology

การติดตั้งโมดูล RAK1906 (BME680)

จุดขายสำคัญของ WisMesh Station คือช่องขยาย WisBlock บนบอร์ด RAK6421 ที่ทำให้เพิ่มเซนเซอร์ได้โดยไม่ต้องบัดกรีหรือเดินสาย เนื่องจากตัวเครื่องมีโมดูล GNSS RAK12501 มาให้แล้ว ในรีวิวนี้เราจึงติดตั้งเพิ่มเพียงตัวเดียวคือ RAK1906 เซนเซอร์สภาพแวดล้อม Bosch BME680 ซึ่งวัดได้ทั้งอุณหภูมิ ความชื้น ความกดอากาศ และ Gas Resistance ซึ่งสามารถนำไปประมวลผลด้วย Bosch BSEC Library เพื่อประมาณค่า IAQ, TVOC และ eCO2 ได้

ขั้นตอนการติดตั้งเพียงเปิดฝากล่อง เสียบโมดูลลงใน sensor slot ที่ว่าง ขันสกรูยึด แล้วประกอบกลับ ด้วยความที่ RAK6421 รองรับมาตรฐาน HAT+ และมี EEPROM ระบุข้อมูลบอร์ด เฟิร์มแวร์จึงตรวจจับโมดูลบน I2C ได้เอง

Wismesh station installed bme680

ทดสอบจ่ายไฟให้กับ WisMesh Station และ login เข้าไปผ่านทาง SSH default user คือ rak และ default password คือ changeme ซึ่งจะถูกบังคับให้เปลี่ยนในครั้งแรกที่ login

firstboot

จากนั้นตรวจสอบการตั้งค่าในไฟล์คอนฟิกของ meshtasticd และรีสตาร์ท service

yaml

เมื่อตรวจสอบด้วยคำสั่ง meshtastic --info ผ่าน CLI จะเห็นว่าระบบตรวจพบเพียง BME680 แต่ไม่พบ GNSS เมื่อทำการตรวจสอบพบว่าเป็นปัญหาการตั้งค่า meshtastic ที่ต้องระบุขา TX และ RX ให้ชัดเจนด้วยซึ่งเราสามารถตั้งค่าได้ผ่าน Meshtastic CLI


หรือหน้าเว็บในหัวข้อ module config -> Serial
meshtastic gps configure

โดยตรวจสอบว่า /dev/ttyS0 ถูกใช้งานโดย meshtasticd หรือไม่ด้วยคำสั่ง

การตั้งค่าเริ่มต้นและกำหนด region สำหรับประเทศไทย

สำหรับการใช้งานในประเทศไทต้องกำหนด LoRa region เป็น TH (920-925 MHz) โดยตามประกาศ กสทช. ย่านความถี่นี้ในกลุ่มการใช้งาน Non-RFID สามารถใช้งานได้โดยได้รับยกเว้นใบอนุญาตเมื่อกำลังส่งไม่เกิน 500 mW e.i.r.p. รุ่นมาตรฐานที่เราใช้ทดสอบส่งกำลังสูงสุด 22 dBm เมื่อรวม gain ของเสาที่แถมมาราว 2-3 dBi จะได้ประมาณ 24-25 dBm (250-320 mW) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ยกเว้นใบอนุญาต และหากใช้ preset region TH ของเฟิร์มแวร์ Meshtastic ตามค่าเริ่มต้น กำลังส่งจะถูกจำกัดไว้ที่ 16 dBm ยิ่งอยู่ในเกณฑ์แบบสบาย ๆ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราเลือกทดสอบรุ่นมาตรฐานแทนรุ่น HP เพราะรุ่น HP ที่ส่งได้ถึง 1W หากเปิดกำลังส่งเต็มที่จะเกิน 500 mW e.i.r.p. ทันที การใช้งานในไทยต้องได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. หรือไม่ก็ต้องลดกำลังส่งลงมาจนแทบไม่ต่างจากรุ่นมาตรฐาน

การตั้งค่าทำได้ 3 ทางคือ

  1. ผ่านแอป Meshtastic บนมือถือ (เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth)
  2. ผ่านหน้า Web UI ของ meshtasticd บนตัว Station
  3. ผ่าน CLI เช่น meshtastic --set lora.region THMeshtastic LoRa Country Configure

หลังตั้งค่า region ให้ตรงกันทั้ง 3 อุปกรณ์และใช้ channel เดียวกัน ทั้งหมดก็มองเห็นกันในหน้า Nodes ของแอปทันที

meshtastic node

สามารถตรวจสอบค่าพิกัด GPS ของแต่ละตัวได้ด้วยคำสั่ง

ทดสอบการรับส่งข้อความและแชร์ตำแหน่งผ่าน mesh

เริ่มจากทดสอบพื้นฐาน ส่งข้อความจากมือถือที่เชื่อมกับ Pocket V2 ไปยัง channel หลัก ข้อความวิ่งผ่าน LoRa ไปปรากฏที่ Station  โดยทดสอบ LongFast ซึ่งเป็น channel สาธารณะ

ด้านการแชร์ตำแหน่ง ทั้ง Pocket V2 และ Tag มี GNSS ในตัว เมื่อออกไปภาคสนามจะรายงานพิกัดกลับมาแสดงบนแผนที่ในแอป ส่วนฝั่ง Station ก็รายงานตำแหน่งจาก RAK12501 เช่นกัน สำหรับ Tag เรายังทดสอบฟังก์ชันกดปุ่ม 2 ครั้งเพื่อส่งตำแหน่งแบบทันที (adhoc ping) ด้วย

meshtastic map

การติดตั้งชุด Monitoring Stack (MQTT / Node-RED / InfluxDB / Grafana)

จุดที่ต้องบอกกันตรง ๆ คือหน้าเว็บสินค้าระบุว่ามี Mosquitto, Node-RED และ Grafana ติดตั้งมาให้แล้ว แต่จากการใช้งานจริง SD card ที่แถมมามีเพียง meshtasticd เท่านั้น เราต้องค้นหาข้อมูลอยู่พักหนึ่งจึงพบว่า RAKwireless แยกส่วนนี้ไว้เป็น Advanced Setup ในคู่มือบน GitHub (meshtastic-rak6421-guide) ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบ One-Command Installation รันสคริปต์เดียวจบ และแบบ Step-by-Step สำหรับคนที่อยากติดตั้งทีละส่วนเอง โดยหลังจากทดสอบติดตั้งพบว่า script จาก GitHub (meshtastic-rak6421-guide) มีปัญหาไม่สามารถใช้งานได้จึงต้องแก้ไขในส่วนของการติดตั้ง Node-RED ทำการแก้ไข การชี้เรียกไปที่จัดเก็บไฟล์ติดตั้ง Node-RED ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ให้สามารถดึงข้อมูลมาติดตั้งได้จริง ต้องแก้ไขในไฟล์ 05-install-nodered.sh ใน ~/meshtastic-rak6421-guide/setup/scripts

advanced install step5 fixed


หลังจากนั้นก็สามารถติดตั้งได้ต่อจนสมบูรณ์ ดังแสดงรายละเอียดในภาพ

advanced install completed

โดยชุดซอฟต์แวร์ที่ได้จะมี InfluxDB เป็นฐานข้อมูล time-series เพิ่มเข้ามาด้วย เส้นทางข้อมูลทั้งหมดเป็นดังนี้

Sensors → meshtasticd → Mosquitto (MQTT, พอร์ต 1883) → Node-RED (พอร์ต 1880) → InfluxDB (พอร์ต 8086) → Grafana (พอร์ต 3000)

ทดสอบ Telemetry : BME680 ผ่าน MQTT ไปยัง Node-RED และ Grafana

ไฮไลต์ของ WisMesh Station คือความเป็นเกตเวย์และเซิร์ฟเวอร์ข้อมูลในตัวเดียว หลังติดตั้งชุด monitoring stack ตามหัวข้อก่อนหน้า ก็ได้ทดสอบถอด BME680 ออกมาใส่ยัง WisMesh Pocket V2

wismesh pocket v2 BME680

เพื่อให้สามารถทดสอบได้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยสิ่งที่สำคัญคือการตั้งค่าให้กับอุปกรณ์ทุกตัวเพื่อให้สามารถส่งข้อมูลมายัง MQTT ของ WisMesh Station ได้

Meshtastic app

โดยการตั้งค่านั้นสามารถทำได้ผ่านทางแอพลิเคชั่น Meshtastic  โดยจะประกอบด้วยสามส่วนคือ การตั้งค่า Telemetry ของค่าที่ต้องการส่ง การตั้งค่า MQTT broker และ การตั้งค่า LoRa ในส่วน “OK to MQTT”

Meshtastic app mqtt config

จากนั้นข้อมูล telemetry จาก BME680 ที่ broadcast เข้า mesh จะถูก meshtasticd ส่งต่อเข้า MQTT broker ในเครื่อง จากนั้นเราใช้ Node-RED ดึง topic msh/TH/2/json/# มา decode แล้วส่งต่อไปยัง InfluxDB เพื่อให้ Grafana แสดงผลเป็น dashboard บน Grafana ได้โดยไม่ต้องพึ่ง cloud ภายนอกเลย

nedred meshtastic flow

ข้อมูลที่ส่งไปบันทึกยัง influxDB ถูกนำมาแสดงผลบน Grafana ได้ตามที่ทางผู้ผลิตแจ้งไว้

wismesh pocket v2 grafana

จุดนี้เหมาะมากกับงาน environmental monitoring แบบ off-grid เช่น สถานีวัดสภาพอากาศในไร่หรือฟาร์มที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต โดยโหนดเซนเซอร์ปลายทางส่งข้อมูลผ่าน mesh กลับมาเก็บและแสดงผลที่ Station ได้ทั้งหมดภายในเครื่องเดียว โดยเราได้ทำการแก้ไข Node-RED เพิ่ม Node Mapping ลงไปเพื่อให้การแสดงผลบนหน้า Grafana ทำได้สะดวกขึ้น

Grafana dashboard mod

ทดสอบระยะทางการสื่อสาร (Range Test)

เราใช้โหมด Range Test ของ Meshtastic โดยติดตั้ง WisMesh Station ไว้ที่ชั้น 2 ของบ้านแล้วพก WisMesh Pocket V2 นอกบ้าน โดยสร้าง node บน Node-Red ไว้ทำหน้าที่รับคำสั่ง Ping และ Pong ค่ากลับมาที่ต้นทางเพื่อรายงานค่า RSSI,SNR,Hops

NodeRed complete flownodered pong debug
จากนั้นทดสอบโดยการขับรถออกไปและส่งคำสั่ง Ping เพื่อขอค่าความแรงสัญญาณกลับมาควบคู่กับการเปิด function Range Test  จนได้เป็นกราฟสรุปออกมาดังนี้

range test snr vs distanceซึ่งแสดงถึงข้อมูลว่าการใช้งานในพื้นที่ชุมชนที่มีอาคารบดบังระยะใช้งานจากสายอากาศเดิมจะใช้งานได้ระยะสูงสุดช่วงประมาณ 500 เมตร และเมื่ออ้อมพื้นที่ชุมชนออกไปจนเป็นจุดที่ไม่มีอะไรบดบัง Wismesh Station ระยะทดสอบเพิ่มขึ้นมาสูงถึง 1.3 กม. และอาจมากกว่านั้น
google map distance station and node

การใช้พลังงาน

อุณหภูมิของ WisMesh Station ขณะทำงานวัดค่าด้วย vcgencmd measure_temp อยู่ที่ <45 C และผ่านการอ่านค่าจาก BME680 ที่วัดอุณหภูมิในกล่องได้อยู่ < 40 Cสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนสะสม



โดยจะทำการวัดการใช้พลังงานด้วย  USB power meter ในกรณีเริ่มทำงาน,เปิดใช้งาน,เปิดหน้า Grafana Dashboard

WisMesh Station power consumption

สรุป

WisMesh Station ตอบโจทย์คนที่อยากได้สถานีฐาน Meshtastic แบบจริงจังโดยไม่ต้องประกอบเอง และต้องการความยืดหยุ่นกว่าแบบสำเร็จรูป ฮาร์ดแวร์อยู่ในกล่องโลหะพร้อมติดตั้งถาวร มีทั้ง LoRa และ GNSS มาให้ครบถ้วน ซอฟต์แวร์พร้อมใช้งานตั้งแต่ meshtasticd ไปจนถึง Grafana และช่อง WisBlock ที่เหลือทำให้สามารถต่อยอดเป็นสถานีตรวจวัดสภาพแวดล้อมได้ทันทีเหมือนที่เราทดสอบกับ BME680 ในรีวิวนี้ ส่วน WisMesh Pocket V2 และ WisMesh Tag ก็ช่วยเติมเต็มระบบนิเวศให้ครบทั้งโหนดพกพาที่มีจอและรองรับส่วนขยายต่าง ๆ กับโหนด tracker ขนาดเล็กกันน้ำสำหรับงานภาคสนาม

ข้อดี

  • พร้อมใช้จริงตั้งแต่แกะกล่อง มีmeshtasticd ติดตั้งมาเรียบร้อย
  • กล่องโลหะแข็งแรง เหมาะติดตั้งถาวร รองรับเสาอากาศภายนอก high-gain
  • มี GNSS มาให้ในตัว และขยายเซนเซอร์เพิ่มได้ง่ายผ่าน WisBlock โดยไม่ต้องบัดกรี
  • มีตัวเลือกกำลังส่ง 1W สำหรับงาน relay ระยะไกล
  • ทำงาน local ทั้งหมด ไม่ต้องพึ่ง cloud

ข้อสังเกต

  • ใช้ Raspberry Pi 4 รุ่น RAM 2GB ซึ่งเพียงพอสำหรับงานเกตเวย์ แต่ถ้ารัน dashboard และ database หนัก ๆ อาจต้องพิจารณาเรื่องอายุการใช้งานของ SD card ที่จะสั้นลงจากการอ่านเขียนข้อมูล
  • หน้าเว็บสินค้าระบุว่า Node-RED และ Grafana ติดตั้งมาให้แล้ว แต่ของจริงมีเพียง meshtasticd ผู้ใช้ต้องติดตั้งส่วนที่เหลือเองตามคู่มือบน GitHub ซึ่งเอกสารจุดนี้ยังหาไม่ง่ายนัก
  • ตัวกล่องไม่ได้ระบุมาตรฐานกันน้ำ การติดตั้งภายนอกอาคารต้องมีตู้กันฝนเพิ่ม
  • อุณหภูมิของ WisMesh Station ขณะทำงานวัดค่าด้วย vcgencmd measure_temp อยู่ที่ <45 C และผ่านการอ่านค่าจาก BME680 ที่วัดอุณหภูมิในกล่องได้อยู่ < 40 Cสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนสะสม

ขอขอบคุณ RAKwireless ที่ส่ง WisMesh Station, WisMesh Pocket V2 และ WisMesh Tag มาให้ทดสอบในรีวิวนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ WisMesh Station รุ่นมาตรฐานในราคา $169.99 (~5,700฿) บน AliExpress หรือ RAKwireless Store, รุ่น HP ราคา $175.99 (~5,900฿), ส่วน WisMesh Pocket V2 goes ราคา $89.97 (~3,000฿) บน AliExpress หรือ RAK store, และ WisMesh Tag ราคา $39.00 (~1,300฿) บน AliExpress หรือ RAK store

Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
โฆษณา