SendspinZero เป็นเครื่องรับสัญญาณเสียง Sendspin แบบโอเพ่นซอร์สแบบ DIY สำหรับเชื่อมต่อกับแอมพลิฟายเออร์ของคุณ โดยใช้ชิ้นส่วนที่หาซื้อได้ทั่วไปในราคาประมาณ $10 (~320฿) และมีเคสที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ นอกจากนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับ Home Assistant เพื่อซิงโครไนซ์เสียงแบบมัลติรูมได้
Sendspin เป็นโปรโตคอลแบบเปิดที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ พัฒนาโดย Open Home Foundation สำหรับการเล่นเสียงแบบซิงโครไนซ์ข้ามหลายอุปกรณ์และหลายห้อง นอกจากด้านเสียงแล้ว ยังรองรับการแสดงผลหน้าจอสำหรับแสดงปกอัลบั้มและควบคุมเพลง รวมถึงรองรับไฟที่ทำงานตามเสียง (ฟีเจอร์นี้กำลังจะมาในอนาคต) โปรโตคอลนี้ช่วยให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์โอเพ่นซอร์สที่แข่งขันกับระบบแบบปิด (proprietary) อย่าง Sonos, AirPlay หรือ Google Cast ได้ และยังสามารถทำงานร่วมกับส่วนเสริม Music Assistant สำหรับ Home Assistant ได้อย่างลงตัว
ส่วนประกอบหลักของเครื่องรับสัญญาณเสียง Sendspin:
- Waveshare ESP32-S3-Zero board พร้อม PSRAM ขนาด 2MB ราคาประมาณ $4(~130฿) – $6 (~190฿) บน AliExpress, $12 (~380฿) บน Amazon, โดยแนะนำให้ใช้เวอร์ชันที่ยังไม่ได้บัดกรีขา headers
- หน้าจอ LCD ขนาด 1.54 นิ้ว (อุปกรณ์เสริม) ราคาประมาณ $5 (~160฿) บน AliExpress)
- ปุ่มกดแบบสองสี (bi-color) ขนาด 22 มม. รองรับแรงดัน 3–6V (อุปกรณ์เสริม) ราคาประมาณ $2(~64฿) – $3(~96฿) บน AliExpress
- ตัวเลือกเอาต์พุตเสียง:
- แจ็คเสียง 3.5 มม. โดยใช้บอร์ด DAC รุ่น PCM5102A DAC board ($1 (~32฿) – $2 (~64฿) บน AliExpress)
- ตัวเลือกเสริม: เอาต์พุตแบบ Optical (A1) หรือ Coax S/PDIF (RCA) ในกรณีนี้จะไม่ใช้บอร์ด PCM5102A
- สายไฟจำนวนเล็กน้อย
ราคาที่ระบุเป็นเพียงการประมาณ เนื่องจากเราเห็น “welcome deals” ที่ราคา $0.99 (~32฿) สำหรับสินค้าส่วนใหญ่ โดยราคารวมของหน้าจอ + โมดูลแจ็คเสียง 3.5 มม. จะอยู่ที่เล็กน้อยมากกว่า $10 (~320฿) ก่อนรวมภาษีและค่าจัดส่ง เว้นแต่คุณจะได้ส่วนลดเพิ่มเติม
สามารถประกอบได้ทั้งหมด 9 รูปแบบ โดยมีตัวเลือกเอาต์พุตเสียง 3 แบบ ได้แก่ Coax S/PDIF, Analog Stereo และ S/PDIF (ตัวเลือกเสริม) และเลือกใช้งานได้ทั้งแบบไม่มีหน้าจอ, ใช้หน้าจอขนาด 1.54 นิ้ว หรือใช้ปุ่มแบบสองสี (bicolor)

นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องมีเครื่องพิมพ์ 3 มิติสำหรับทำเคส และหัวแร้งบัดกรีเพื่อเชื่อมต่อสายไฟให้สามารถจัดวางอยู่ภายในตัวเคสได้อย่างเหมาะสม โดยรวมแล้วการประกอบไม่ได้ดูซับซ้อนมากนัก และคุณยังสามารถทดลองใช้งานบนเบรดบอร์ด (breadboard) ได้อีกด้วย

บอร์ด ESP32-S3 เพียงแค่รัน ESPHome พร้อมไฟล์คอนฟิกแบบ YAML สำหรับทั้ง 9 เวอร์ชัน และมีไฟล์ 3D สำหรับเคสให้ใช้งานบน GitHub รวมถึงมีคำแนะนำอย่างละเอียด ถ้าเลื่อนลงไปด้านล่าง จะพบเวอร์ชันอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น รุ่นที่ใช้หน้าจอขนาด 1.9 นิ้ว พร้อมปุ่มแบบสองสี (bi-color) ซึ่งดูน่าสนใจและสวยงามไม่น้อย
ในส่วนการทำงานร่วมกันระหว่าง Home Assistant และ Music Assistant ยังไม่มีข้อมูลบน GitHub ดังนั้นจึงสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมจากเอกสารทางการได้
แปลจากบทความ : DIY Sendspin audio receiver supports multi-room audio synchronization, integrates with Home Assistant

บรรณาธิการข่าวและบทความภาษาไทย CNX Software ได้มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Smart Home และ IoT


