รีวิว Creality Pika – เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติแบบพกพาราคาคุ้มค่า รองรับโหมดอินฟราเรดและ Blue Laser

Creality ได้ส่งเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติแบบพกพารุ่น Pika มาให้เราได้รีวิว โดย Pika มีคุณสมบัติหลายอย่างคล้ายกับเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติระดับสูง Sermoon S1 เช่น การสแกนด้วยโหมด Blue Laser และโหมดแสงอินฟราเรดแบบมีโครงสร้าง (NIR Structured Light) แต่ Pika มีราคาย่อมเยากว่า ขนาดกะทัดรัดกว่า สามารถใช้งานได้ทันทีผ่าน USB หรือ Wi-Fi และมาในดีไซน์และรูปทรงที่คล้ายกับกล้องแอ็กชันหรือกล้อง point-and-shoot

ในรีวิวนี้ เราจะเริ่มจากสเปกของตัวเครื่อง จากนั้นจึงไปดูการแกะกล่อง และทดสอบการใช้งาน Pika ร่วมกับสมาร์ตโฟน Android ที่มีประสิทธิภาพไม่สูงนัก ก่อนที่เราเริ่มทำการทดสอบ บนมินิพีซีระดับประสิทธิภาพสูง เราจะเชื่อมต่อกับ eGPU ที่ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 5060 Ti 16GB

ข้อมูลสเปคและความต้องการของเครื่องโฮสต์

สเปคของ Pika (CRS15CPK)

  • SoC – โปรเซสเซอร์แบบ 8 คอร์ (ไม่ระบุรุ่น) ความเร็วสูงสุด 2.0 GHz
  • หน้าจอ – หน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว
  • โหมดสแกน
    • Blue Laser แบบเส้นขนาน 7 เส้น
      • พื้นที่การทำงาน – 160 ถึง 400 มิลลิเมตร
      • การสแกนภายนอก – ไม่เกิน 110,000 lux
      • ความแม่นยำ – สูงสุด 0.03 มิลลิเมตร (ทดสอบในสภาพห้องปฏิบัติการ ผลลัพธ์จริงอาจได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมโดยรอบ เช่น การสั่นสะเทือน อุณหภูมิ และปัจจัยอื่น ๆ)
      • ความละเอียดของ 3 มิติ – 0.1 ถึง 2 มิลลิเมตร
      • ความเร็วของการสแกน – มือถือ : สูงสุด 40fps ; พีซี : สูงสุดถึง 110 FPS
      • ขนาดวัตถุที่เล็กที่สุด – 10 x 10 x 10 มิลลิเมตร
      • พื้นที่จับภาพต่อครั้ง
        • 101 x 107 มิลลิเมตร ถึง 160มิลลิเมตร
        • 344 × 268 มิลลิเมตร ถึง 400 มิลลิเมตร
      • โหมดจัดตำแหน่ง– Marker / Global Marker
    • โครงสร้างแสงอินฟราเรด
      • พื้นที่การทำงาน  – 200 ถึง 1200 มิลลิเมตร
      • การสแกนภายนอก –ไม่เกิน 80,000 lux พร้อมฟิลเตอร์อินฟราเรด (NIR filter)
      • ความแม่นยำ – สูงสุดถึง 0.1 มิลลิเมตร
      • ความละเอียดของ 3 มิติ – 0.15 – 2 มิลลิเมตร
      • ความเร็วในการสแกน – มือถือ: สูงสุดถึง 20fps; พีซี : สูงสุดถึง 30 FPS
      • ขนาดวัตถุที่เล็กที่สุด – 150 x 150 x 150 มิลลิเมตร
      • ขนาดวัตถุที่ใหญ่ที่สุด –  2000 x 2000 x 2000 มิลลิเมตร  (ต้องสแกนหลายรอบ)
      • พื้นที่การจับภาพต่อครั้ง
        • 144 × 134 มิลลิเมตร ที่ 200 มิลลิเมตร
        • 764 × 670 มิลลิเมตร ที่ 1000 มิลลิเมตร
      • โหมดจัดตำแหน่ง–Marker / Global / Geometry / Texture
  • รองรับ Color Mapping
  • ความปลอดภัยของเลเซอร์ – Class I (ปลอดภัยต่อดวงตา)
  • แสงเสริมสี– หลอดไฟสีฟ้า/สีขาวจำนวน 4 ดวง และ หลอดไฟอินฟราเรดจำนวน 4 ดวง
  • แผ่น Calibration – แผ่นคาลิเบรตแก้วความแม่นยำสูง
  • อินเทอร์เฟซเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลัก (เลือกได้จากหน้าจอผู้ใช้งาน)
    • พอร์ต USB 3.0 Type-C สำหรับชาร์จไฟและรับส่งข้อมูล
    • รองรับ Wi‑Fi 6
  • ระบบจ่ายไฟ
    • ช่องใส่แบตเตอรี่ – แบตเตอรี่ชาร์จซ้ำได้ ความจุ 3350 mAh จำนวน 2 ก้อน
    • ชาร์จผ่านสาย USB‑C
  • ขนาด – 100 × 60 × 35 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก – 260 กรัม พร้อมแบตเตอรี่
  • ช่วงอุณหภูมิ – -10°C ถึง 40°C
  • ความชื้นสัมพัทธ์ – 10–90% RH (Relative Humidity) หรือ ความชื้นสัมพัทธ์ 10–90%

เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติรุ่นนี้มีขนาดกะทัดรัดและมีราคาย่อมเยากว่า Sermoon S1 อย่างมาก และสามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟนโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม แต่ข้อเสียคือมีจำนวนโหมดสแกนด้วย Blue Laser และแสงอินฟราเรดแบบ NIR น้อยกว่า, ความแม่นยำต่ำกว่า (0.03 มม. เทียบกับ 0.02 มม. ในโหมดเลเซอร์ และ 0.1 มม. เทียบกับ 0.075 มม. ในโหมด NIR) มีปริมาตรการสแกนสูงสุดเล็กกว่า (2000 × 2000 × 2000 มม. เทียบกับ 4000 × 4000 × 4000 มม.) มีไฟเสริมสำหรับการสแกนน้อยกว่า

การสแกน 3 มิติ ต้องใช้อุปกรณ์ประมวลผลหลักที่มีประสิทธิภาพสูงเพียงพอ โดยสเปกซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่แนะนำเพื่อให้ใช้งานเครื่องสแกน Pika 3D ได้อย่างเหมาะสมมีดังนี้

  • Android – Android 10.0 ขึ้นไป, ชิป Qualcomm Snapdragon 8 Gen4 หรือสูงกว่า, RAM 12GB ขึ้นไป
  • iPhone (iOS) – iOS 15 ขึ้นไป, ชิป A17 หรือสูงกว่า, RAM 8GB ขึ้นไป
  • PC – Windows 10/11 แบบ 64 บิต, CPU Intel Core i7 Gen 13 หรือสูงกว่า, GPU NVIDIA RTX 3060 หรือสูงกว่า, RAM 32GB
  • Mac– macOS 14 ขึ้นไป, ชิป Apple M3 / M4 / M5, RAM 32GB

เราใช้สมาร์ตโฟน Android อยู่สองรุ่น : OPPO A98 5G (Qualcomm Snapdragon 695 ความเร็ว 2.21 GHz, RAM 8GB) และ Redmi Note 14 Pro 5G (MediaTek Dimensity 7300 Ultra ความเร็ว 2.5 GHz, RAM 12GB) โทรศัพท์ OPPO ไม่เหมาะนัก เนื่องจากใช้ชิปประมวลผลที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำและมี RAM ไม่เพียงพอ ส่วนรุ่น Redmi ในทางทฤษฎีสามารถใช้งานได้ แต่ดูเหมือนว่า Creality ยังไม่ได้ปรับแต่งแอปให้เหมาะกับชิป MediaTek อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นเราน่าจะทดลองใช้งานกับมือถือ OPPO A98 5G แบบสั้นๆ เพื่อผ่านขั้นตอนเริ่มต้นการใช้งาน และแสดงให้เห็นว่าทำไมจึงไม่ควรใช้สมาร์ตโฟนที่มีประสิทธิภาพต่ำกับเครื่องสแกน Pika 3D จากนั้นจะใช้เวลาส่วนใหญ่ของการรีวิวกับ มินิพีซี Khadas Mind 2 ที่เชื่อมต่อกับ Mind Graphics 2 dock พร้อมการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 5060 Ti 16GB โดยก่อนหน้านี้เราเคยใช้ชุดนี้ร่วมกับเครื่องสแกน Sermoon S1 มาแล้ว

แกะกล่อง Creality Pika

เราได้รับเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ Creality Pika มาในกล่องจำหน่ายจริง ซึ่งมีข้อความระบุว่า “portable AI Blue Laser & NIR 3D scanner”

Creality Pika portable AI Blue laser NIR 3D scanner

ภายในกล่องประกอบด้วยเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติที่มีลักษณะคล้ายกล้องถ่ายรูป (อยู่ตรงกลางของภาพด้านล่าง), คู่มือเริ่มต้นใช้งานอย่างรวดเร็วพร้อม QR Code และลิงก์ไปยัง Wiki, แท่นหมุน (Turntable), การ์ดบริการหลังการขาย, แผ่น calibration, สายคล้อง, สาย USB‑C ยาว 2 เมตรสำหรับรับส่งข้อมูลและชาร์จไฟ, ผ้าเช็ดทำความสะอาด, ขาตั้งสามขาแบบพับได้, เสามาร์กเกอร์ 6 ชิ้น, แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบชาร์จซ้ำได้ขนาด 3,350 mAh จำนวน 2 ก้อน, กล่องพลาสติกที่บรรจุฟิลเตอร์ NIR จำนวน 2 ชิ้น และสติกเกอร์มาร์กเกอร์สะท้อนแสง 2 ชุดที่มีขนาดแตกต่างกัน ( 6 มม. และ 3 มม.)

Creality Pika 3D scanner unboxing

ด้านหน้าของตัวเครื่องมีกล้องสำหรับสแกน 3 มิติ จำนวน 2 ตัว อยู่ด้านซ้ายและขวา โดยแต่ละด้านประกอบด้วย ไฟเสริมสีฟ้าและสีขาว อย่างละ 2 ตัว และมีไฟอินฟราเรด จำนวน 2 ตัว และกล้องตรงกลางประกอบด้วยโปรเจกเตอร์แบบ DOE (Diffractive Optical Element),เลเซอร์แบบขนาน (Parallel Laser) และกล้อง RGB สำหรับบันทึกสีของวัตถุ บริเวณด้านบนมาพร้อมกับปุ่มเริ่มและหยุดการสแกน, ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง รวมถึงตะแกรงระบายอากาศด้วย เนื่องจากเครื่องสแกนเนอร์รุ่นนี้ใช้พัดลมในการระบายความร้อนภายในตัวเครื่อง เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิระหว่างการทำงานต่อเนื่อง

Creality Pika portable 3D scanner front cameras

อีกด้านหนึ่งติดตั้งพอร์ต USB-C แบบล็อกได้ สำหรับรับส่งข้อมูลและจ่ายไฟ พร้อมช่องสำหรับติดตั้งสายคล้อง

Creality Pika USB C port

และอีกด้านมาพร้อมกับสวิตช์ปรับโหมด USB/WLAN และฝาปิดช่องใส่แบตเตอรี่

USB WLAN switch battery compartment

แล้วเรายังพบเกลียวสำหรับติดตั้งเข้ากับขาตั้งหรืออุปกรณ์ยึดจับต่างๆ พร้อมช่องระบายอากาศอีกหนึ่งตำแหน่ง (มันสามารถถูกบังได้ในเวลาที่เราถือเครื่องสแกนอยู่ในมือ)

Creality Pika CRS15CPK

เราถ่ายภาพเราถ่ายภาพ Creality Pika และ Sermoon S1 3D Scanner วางไว้ด้วยกัน เพื่อให้เห็นความแตกต่างด้านขนาดตัวเครื่องและคุณสมบัติต่างๆ ได้อย่างชัดเจน

Creality Pika vs Sermoon S1 3D scanners

การทดสอบครั้งแรกกับสมาร์ตโฟน Android

เริ่มต้นด้วยการใส่แบตเตอรี่ 3350 mAh หนึ่งก้อนเข้าไปในเครื่องสแกน 3 มิติแบบกล้องนี้

Pika insert Li Ion battery

จากนั้นเราจำทำการเปิดเครื่อง แต่เครื่องแจ้งเตือนทันทีว่าแบตเตอรี่เหลือเพียง (1%) และแทบจะไปได้ไม่ผ่านการเลือกภาษา ดังนั้นเราจึงเชื่อมต่อมันเข้ากับที่ชาร์จสมาร์ตโฟนเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ก่อน… แล้วหลังจากนั้นจึงสามารถผ่านตัวช่วยตั้งค่าได้ มีภาษาจำนวนมากให้เลือก รวมถึงภาษาไทยด้วย

Creality Pika 3D scanner language selection

หลังจากที่เลือกภาษาเรียบร้อยแล้ว (เราจะเลือกภาษาอังกฤษ) เราจะมาดูที่คู่มือการเริ่มต้นเชื่อมต่อ 3 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก ต้องเลือกระหว่างโหมด USB หรือ WLAN โหมดการเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ถูกเลือกไว้แล้ว ดังนั้นเราจึงไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรในขั้นตอนนี้

Creality Pika Connection Guide USB WLAN

ขั้นตอนที่สอง คือ ให้ผู้ใช้เลือกได้ระหว่างโฮสต์แบบโทรศัพท์หรือพีซี

Creality Pika Connect Phone Connect PC

หลังจากที่เลือกเชื่อมต่อกับมือถือแล้ว เครื่องสแกนเนอร์จะเริ่มทำงานในโหมด Hotspot (เข้าสู่ Access Point) และหน้าจอจะแสดง ESSID และรหัสผ่านสำหรับเชื่อมต่อ

Pika Hotspot mode

เราทำแบบนั้นบนโทรศัพท์ OPPO A98 5G และข้อความบนหน้าจอเปลี่ยนไปเพื่อให้เราติดตั้งแอป Creality Scan (สำหรับ Android)

Creality Pika WiFi Android Smartphone connection

เมื่อเราเริ่มใช้งาน Creality Scan มันเชื่อมต่อกับเครื่องสแกน Pika โดยอัตโนมัติและเริ่มการทดสอบประสิทธิภาพ ซึ่งตามที่คาดไว้ โทรศัพท์ของเราไม่ผ่านการทดสอบ พร้อมแสดงข้อความ “Performance result: Not recommended” เรายังคงแตะที่ Continue เพื่อดำเนินการต่อและตรวจสอบอย่างรวดเร็ว

OPPO A98A 5G Creality Scan app

หน้าจอของตัวเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ จะแสดงผลว่า “+ Start Scanning”

Creality Pika Start Scanning

ค่าเริ่มต้นเป็นโหมด Blue Laser แต่เราได้ผลลัพธ์เหมือนกับที่เราลองใช้แล็ปท็อปที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงพอกับ Sermoon S1 และเรายังไม่ได้รับข้อมูลใดๆ ในโหมดนี้ ดังนั้นจึงเปลี่ยนไปใช้โหมด NIR และมันทำงาน แต่สามารถจับข้อมูลได้เพียงประมาณ 1 FPSเท่านั้น จึงแทบใช้งานไม่ได้เลย

Pika Android smartphone 1 FPS scanning

จอแสดงผลของเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ แสดงแถบระยะเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สแกนในระยะที่ถูกต้อง (สีเขียว) การจับภาพแบบเรียลไทม์ และปุ่มสำหรับหยุดชั่วคราว, ยกเลิก และ หยุด/เสร็จสิ้นการสแกน ซึ่งแอป Android แสดงสิ่งเดียวกันเกือบทั้งหมด รวมถึงเอาต์พุตจากกล้อง RGB และกล้องความลึกด้วย

Creality Scan Android NIR scanning

หากอดทนรอ ก็สามารถสแกนจนเสร็จได้ภายใน 30 นาที แต่เมื่อรู้ว่ามันสามารถใช้เวลา 2-3 นาทีในการทำบนเครื่องที่เหมาะสม เราจึงไม่ได้ลองต่อ แต่ที่น่าสนใจคือเราไม่เคยขอให้คาลิเบรตเครื่องสแกนด้วยแอปบน Android เลย และเราพบว่ามันเป็นแบบ plug-and-play ที่เสียบแล้วจะใช้งานได้ทันที ถึงอย่างนั้นผลลัพธ์ออกมาไม่ค่อยดีนัก เพราะโทรศัพท์ของเราช้าเกินไป ข้อคิดที่ได้จากตรงนี้คือคุณต้องแน่ใจว่าโทรศัพท์ของคุณมีประสิทธิภาพมากพอ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ รุ่น Pika

Creality Pika การสแกน 3 มิติแบบ NIR และ Blue laser โดยใช้มินิพีซีพร้อม NVIDIA

เราจะใช้ชุดอุปกรณ์เดียวกับที่ใช้ในช่วงท้ายของบทรีวิว Creality Sermoon S1 อีกครั้ง โดยประกอบด้วย Khadas Mind 2 ที่ใช้ Intel Core Ultra 7 258H ติดตั้งซอฟต์แวร์ Creality Scan 4 และเชื่อมต่อกับแท่น Khadas Mind Graphics 2 ที่มาพร้อมการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 5060 Ti 16GB ซึ่งให้ประสิทธิภาพการสแกน 3 มิติที่ยอดเยี่ยม ในการทดสอบครั้งนี้เราจะทำการสแกนแบบ NIR (Near-Infrared) กับโมเดลของเล่น Mickey Mouse และสแกนแบบ Blue Line (Parallel) กับหวี โดยใช้ Marker บางส่วน

จะต้องดาวน์โหลด Creality Scan 4 จากเว็บไซต์ของบริษัทสำหรับ Windows หรือ macOS (ยังไม่มีโปรแกรมสำหรับ Linux และและดูเหมือนว่าจะยังไม่มีแผนรองรับ Linux ในอนาคตอันใกล้) เราได้ติดตั้ง Creality Scan 4.2.2 ไว้ตั้งแต่ตอนรีวิว Sermoon S1 แต่เราต้องอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 4.3.0 เนื่องจากมันเพิ่มการรองรับเครื่องสแกนเนอร์ Pika แล้ว

CrealityScan 4 3.0 software upgrade Creality Pika scanner

เราเชื่อมต่อเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติกับ Wi-Fi มันเป็นขั้นตอนที่พื้นฐานเหมือนกับการใช้บน Android

Pika Connect PC WiFi

หลังจากนั้นการอัปเดตและเชื่อมต่อกับเครื่องสแกนเนอร์ Pika เราสังเกตเห็นว่าโปรแกรมแนะนำให้ทำการคาลิเบรตเครื่อง แต่เมื่อเราพยายามทำการคาลิเบรต เราได้รับแจ้งว่าการคาลิเบรตทำงานได้เฉพาะผ่าน USB เท่านั้น

Unable to calibrate in Wi Fi mode

หลังจากที่เราเปลี่ยนโหมดจากการใช้โหมด WLAN ไปยัง USB  บนตัวเครื่อง เครื่องจะรีบูตเข้าสู่โหมด USB โดยอัตโนมัติ และถูกตรวจพบในโปรแกรม แต่แทนที่จะทำการคาลิเบรต เรากลับได้รับการเชิญให้อัปเกรดเฟิร์มแวร์

Creality Pika firmware update

เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น เราจึงสามารถเริ่มกระบวนการคาลิเบรตพร้อมแผ่นคาลิเบรตที่ให้มาได้ ในตอนแรกดูเหมือนว่าการคาลิเบรตจะไม่ทำงาน และเราได้รับข้อความซ้ำๆ ให้ปรับตำแหน่งของเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ในที่สุดเราก็พบว่าพอร์ต USB-C บนสแกนเนอร์ 3 มิติจะต้องปรับทิศไปทางด้านล่างของแผ่นคาลิเบรต ดังนั้นเราจึงหมุนเครื่องสแกนเนอร์ 180 องศา แล้วทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น กระบวนการคาลิเบรตเหมือนกับบน Sermoon S1

Pika calibration Creality Scan 4.3.0

ตอนนี้เราจะเริ่มการสแกนกัน เราจะใช้ตุ๊กตาตั้งโชว์ Mickey Mouse ตัวเดียวกับที่ใช้ในการทดสอบบน Android และเลือกโหมด Infrared, การสแกนแบบปกติ, ขนาดเล็ก และโหมดติดตามพื้นผิว (texture tracking mode) ในโปรแกรม Creality Scan 4

Pika scan Infrared Mode Normal Small Texture

Creality Pika portable3D scanner review

การสแกนในส่วนสีดำเป็นส่วนที่ยุ่งยาก เนื่องจากพื้นผิวสีดำดูดซับแสงมากกว่าสะท้อนแสง การสแกนแบบไม่ได้ปรับแต่งอะไรจึงมีรูค่อนข้างมากในส่วนสีดำ เช่น หู ถึงแม้ว่าเราจะพยายามอย่างเต็มที่และปรับค่า exposure ไปบ้างแล้วก็ตามก็ยังเป็นเช่นเดิม

Creality Scan 4 Infrared mode Mickey Mouse raw scan

เราคิดว่าการประมวลผล Fusion และ Mesh อาจจะแก้ปัญหานั้นได้โดยอัตโนมัติ แต่ผลลัพธ์สุดท้ายกลับน่าผิดหวัง…

Fail scan Pika scanner

เราจึงเพิ่มค่า exposure ของกล้อง RGB และกล้องอินฟราเรดด้วยตนเองเพิ่มเติม ทำให้ตรวจจับส่วนสีดำได้ดีขึ้น แต่ก็มีการจับอาร์ติแฟกต์จำนวนมากตามมาด้วย ในที่สุดเราจึงตัดสินใจทาแป้งเด็กบาง ๆ ลงบนพื้นผิว แล้วลองอีกครั้ง

baby powder 3D scanning black surface

การสแกนได้อย่างรวดเร็วและง่ายมาก และผลลัพธ์ก็ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด ภาพด้านล่างคือการสแกนดิบของตุ๊กตาที่ทาด้วยแป้งเด็ก ก่อนการเก็บรายละเอียดใดๆ โดยข้อผิดพลาดจากการสแกนถือเป็นเรื่องปกติที่สามารถลบออกได้ง่ายทั้งแบบอัตโนมัติหรือทำด้วยตนเองภายในอินเทอร์เฟซของ Creality Scan ดังที่สาธิตไว้ในรีวิว Sermoon S1

Mickey Mouse scan baby powder raw scan

และนี่คือผลสรุปและนี่คือผลสรุปการสร้างโครงข่าย 3 มิติบนวัตถุ

แต่มันไม่เหมาะสำหรับการทำ color mapping ซึ่งทำด้วยตัวเลือก “One-click Process” เพราะแป้งเด็กก็ปรากฏอยู่ในเวอร์ชันสุดท้ายด้วยเช่นกัน

เพื่อให้ได้ไฟล์สแกนตุ๊กตาที่สมบูรณ์ เราควรจะสแกนใต้ฐานตุ๊กตาเพิ่มอีกรอบ (เป็นรอบที่สอง) แต่สำหรับชิ้นงานนี้เราจะข้ามขั้นตอนนี้ไปก่อน เพราะเราจะทำการสแกนสองรอบพร้อมกับจัดตำแหน่ง (Alignment) ในการทดลองถัดไป ซึ่งก็คือการทดลองสแกนหวีด้วยแสงเลเซอร์สีน้ำเงินแบบเส้นขนา

Creality Pika Blue ligh scan comb marker tower

เราเริ่มต้นด้วยการใช้แท่นหมุน แต่ในที่สุดเราก็ย้ายหวีไปวางบนโต๊ะสีขาว, Blue laser จำเป็นต้องใช้มาร์กเกอร์ แต่แทนที่จะติดมาร์กเกอร์แบบกาวบนโต๊ะเหมือนที่เราทำระหว่างรีวิว Sermoon S1 เราใช้เสามาร์กเกอร์สี่อันที่มาพร้อมกับเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ Creality Pika แทน

Creality Pika Blue laser raw scan

ภายถ่ายหน้าจอแสดงให้เห็นว่าการสแกนดิบมีลักษณะอย่างไร มันดูเหมือนจะเป็นงานที่ปวดหัวในการเก็บรายละเอียด แต่จริงๆไม่ยากนักหลังจากจัดแนวการสแกนแล้ว เนื่องจากโต๊ะไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับหวี เราไม่ได้เก็บรายละเอียดของการสแกนแบบไม่ได้ปรับแต่ง และทำหลังจากที่มันเชื่อมติดกันแล้วเท่านั้น (ขั้นตอน Fusion) ตอนนี้เมื่อเราได้ด้านหนึ่งของหวีแล้ว เราจำเป็นต้องเริ่มการสแกนใหม่ในโปรเจกต์เดียวกันสำหรับอีกด้านของหวี จากนั้นจึงจัดตำแหน่งและรวมข้อมูลการสแกน

ณ จุดนี้ เราสามารถคลิก Alignment ที่แถบบนของอินเทอร์เฟซ เลือก Feature Alignment->Manual เพิ่มจุดสามจุดในตำแหน่งที่เหมาะสมบนการสแกนด้านซ้าย (ด้านบนของหวี) และทำซ้ำแบบเดียวกันบนการสแกนด้านขวา (ด้านล่างของหวี) ก่อนคลิก Preview และใช้ตัวเลือกการจัดแนวของเรา

Creality SCan 4.3.0 alignment

หลังจากนั้น เราสามารถคลิกที่ Meshing เพื่อทำให้ชิ้นงานออกแบบเสร็จสมบูรณ์ได้

CrealityScan 4.3.0 Comb scan Mesh

นี่คือผลสรุปสุดท้าย

เนื่องจากมีปัญหาเล็กน้อยกับซี่หวีบางส่วน เราจึงเก็บรายละเอียดเพิ่มเติมในโหมด Mesh อย่างไรก็ตาม การทำเช่นนี้จะทำให้เกิดรูบางจุด (แสดงเป็นสีเหลือง) เราสามารถเติมรูเหล่านั้นได้โดยอัตโนมัติ โดยไปที่แท็บ Mesh Processing แล้วเลือกตัวเลือก “Hole Filling”

Creality Scan Fixed mesh comb

อัปเดต วันที่ 27 เดือน กรกฏาคม เราตัดสินใจพิมพ์หวีชิ้นนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าการสแกนสามารถนำไปใช้งานได้จริง

3D scanned Comb 3D printed comb

บทสรุป

เราต้องบอกว่าเราค่อนข้างชอบสแกนเนอร์ 3 มิติ Creality Pika มีขนาดเล็กและพกพาสะดวก รองรับทั้งการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 และ USB กับอุปกรณ์หลักโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม และรองรับทั้งโหมดสแกนอินฟราเรดและบลูเลเซอร์ สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน Creality Pika ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า Sermoon S1 และจากการทดสอบที่เราทำ ผลการสแกนของทั้งสองอุปกรณ์ค่อนข้างใกล้เคียงกัน แต่เมื่อความต้องการในการสแกนและทักษะของผู้ใช้สูงขึ้น การเลือกใช้เครื่องสแกน 3 มิติ Creality Sermoon S1 จะมีประโยชน์มากกว่า

ข้อเสียอย่างหนึ่งคือสแกนเนอร์ 3 มิตินี้ไม่รองรับ Linux ดังนั้นคุณจะต้องใช้พีซี Windows หรือคอมพิวเตอร์ Mac, สมาร์ตโฟน Android หรือ iPhone/iPad การตรวจสอบความต้องการด้านฮาร์ดแวร์เป็นเรื่องสำคัญมากเพื่อให้ได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดี มิฉะนั้นสแกนเนอร์ 3 มิติอาจใช้งานได้ยากหรืออาจใช้งานไม่ได้เลย ตามที่กล่าวไว้ในรีวิว Sermoon S1 การสแกน 3 มิติมีช่วงการเรียนรู้ แต่หลังจากใช้งานไปไม่กี่วัน คุณก็น่าจะสามารถสแกนได้ค่อนข้างดี

เราขอขอบคุณ Creality ที่ส่งเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติแบบพกพา Pika มาให้รีวิว ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งมีราคาถูกกว่าสแกนเนอร์ Sermoon S1 ที่มีราคาเกิน $2,000 (~67,000฿) และขณะนี้เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในราคา $629 (~21,000฿) บนร้านค้า Creality จนถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2026 หลังจากนั้นจะปรับเป็นราคาปกติน่าจะอยู่ที่  $699 (~23,400฿) นอกจากนี้ยังมีจำหน่ายบนร้าน Amazon ของบริษัทในราคา $899 (~30,000฿)

Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
โฆษณา