Yocto Project เวอร์ชัน 6.0 ที่ใช้โค้ดเนมว่า “Wrynose” ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมอัปเกรดมาใช้ Linux 6.18 LTS นับเป็นเวลาราวสองปีหลังจากการเปิดตัว Yocto Project 5.0 “Scarthgap” ที่มาพร้อม Linux 6.6 LTS, สำหรับการออกรุ่นใหม่นี้ มีนักพัฒนากว่า 240 คนร่วมกันส่งโค้ดมากกว่า 4,000 คอมมิต นับตั้งแต่การเปิดตัว Yocto 5.3 “Whinlatter” ซึ่งเป็นรุ่นย่อยก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเฟรมเวิร์กยอดนิยมที่ใช้สร้างดิสทริบิวชัน Embedded Linux
Yocto Wrynose เป็นรุ่น Long Term Support (LTS) ที่จะได้รับการสนับสนุนไปอย่างน้อยจนถึงเดือนเมษายน ปี 2030 โดยทีมพัฒนาเน้นจุดเด่นเรื่องการซัพพอร์ตยาวนานถึง 4 ปี พร้อมทั้งปรับปรุงความสามารถด้านการติดตามข้อมูล SBOM และช่องโหว่ CVE ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนเพิ่มการตั้งค่าความปลอดภัยเริ่มต้น เพื่อช่วยให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย EU Cyber Resilience Act (CRA) ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ในอนาคตได้ง่ายขึ้น
จุดเด่นสำคัญของ Yocto Project 6.0 มีดังนี้:
- Linux kernel 6.18 LTS
- อัปเดตมาใช้เคอร์เนล Linux รุ่น LTS
- ปรับปรุงชุดเครื่องมือพัฒนา (Toolchain) เป็นเวอร์ชันใหม่ ได้แก่ GCC 15.2, glibc 2.43, LLVM 22.1, Go 1.26 และ Rust 1.94.
- เพิ่มเครื่องมือใหม่ bitbake-setup สำหรับดาวน์โหลดเลเยอร์ (Layers) และตั้งค่าไดเรกทอรีสำหรับการ build ได้สะดวกขึ้น
- รองรับ BitBake configuration fragments ซึ่งสามารถจัดการได้ผ่านคำสั่งใหม่ bitbake-config-build ช่วยให้สามารถนำชุดการตั้งค่า build กลับมาใช้ซ้ำได้ง่ายกว่าเดิม
- ทำให้การ build ด้วย Clang สะดวกขึ้น เพียงกำหนดค่า PREFERRED_TOOLCHAIN_TARGET และตัวแปรที่เกี่ยวข้อง
- มีการอัปเกรตแพ็กเกจ recipes มากกว่า 300 รายการ
- รองรับการ build บนระบบปฏิบัติการ Fedora 43, OpenSUSE Leap 16.0 และ Ubuntu 26.04
- ผสาน sbom-cve-check tool เข้ามาแทน cve-check bbclass
- ปรับปรุงระบบสร้าง SBOM ให้ดีขึ้น พร้อมรองรับ PURLs และข้อมูล concluded licenses ในรูปแบบเอาต์พุต SPDX 3.0 เบื้องต้นแล้ว
- นอกจากนี้ เครื่องมือใหม่ bitbake-setup ยังได้รับการปรับปรุงหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ sstate ระหว่างการ build ให้โดยอัตโนมัติ รองรับการอัปเกรด layers โดยยังคงเก็บการแก้ไขภายในเครื่องไว้ได้ รวมถึงปรับปรุงคำศัพท์และไฟล์คอนฟิกให้เข้าใจง่ายขึ้น และเพิ่มการทำงานร่วมกับ Visual Studio Code หรือ VSCode ให้ดียิ่งขึ้น
- ในส่วนของระบบ init นั้น systemd ถูกตั้งให้เป็นค่าเริ่มต้นแล้ว ซึ่งจะมีผลกับการ build แบบ nodistro และดิสโทรที่ไม่ได้พัฒนาต่อยอดจาก Poky อย่างไรก็ตาม สำหรับ Poky ยังคงใช้ sysvinit เป็นค่าเริ่มต้นเช่นเดิม
- ด้านความปลอดภัย OpenSSL ได้ปิดการรองรับ TLS 1.0 และ TLS 1.1 ตามค่าเริ่มต้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบ
- ขณะเดียวกัน ความต้องการขั้นต่ำของเครื่องโฮสต์ก็เพิ่มขึ้นเป็น RAM 32GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 140GB โดยมีสาเหตุหลักมาจากขั้นตอนการคอมไพล์ LLVM ที่ใช้ทรัพยากรมากขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้ว Yocto ก็ถือเป็นแพลตฟอร์มที่ต้องใช้ทรัพยากรสูงอยู่แล้ว และความต้องการเหล่านี้ก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามเวลา โดยผู้เขียนต้นฉบับยังระบุว่า เคยใช้เวลานานถึง 48 ชั่วโมงในการ build บนฮาร์ดแวร์ระดับเริ่มต้นเลยทีเดียว
รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมสามารถดูได้ในเอกสาร Release Notes ขณะที่ทีมพัฒนายังจัดเตรียมคู่มือ Migration Guide สำหรับผู้ที่ใช้งาน Yocto Project เพื่อช่วยในการอัปเกรดจากเวอร์ชัน 5.x ไปยังเวอร์ชันใหม่ได้ง่ายขึ้น ส่วนซอร์สโค้ดของรุ่นล่าสุดนั้น เปิดให้ดาวน์โหลดได้ผ่านหน้า Releases อย่างเป็นทางการของโครงการ โดยในประกาศยังระบุแผนการพัฒนาต่อไปว่า Yocto Project มีกำหนดเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 ปี 2026 และรุ่น LTS ถัดไป (Yocto 7.0) คาดว่าจะเปิดตัวภายในปี 2028
แปลจากบทความ : Yocto Project 6.0 “Wrynose” released with Linux 6.18 LTS

บรรณาธิการข่าวและบทความภาษาไทย CNX Software ได้มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Smart Home และ IoT

