Challenger+ RP2350 NB-IoT เป็นบอร์ดที่เข้ากันได้กับมาตรฐาน Feather โดยจับคู่ไมโครคอนโทรลเลอร์ Raspberry Pi RP2350 เข้ากับโมดูลสื่อสาร NB-IoT ที่ผ่านการรับรอง ซึ่งมี GNSS (ระบบระบุตำแหน่งผ่านดาวเทียม) ในตัว เหมาะสำหรับงานเชื่อมต่อระยะไกลที่ใช้พลังงานต่ำ
ดูเหมือนว่าจะเป็นรุ่นต่อยอดจาก บอร์ด Challenger+ RP2350 WiFi6/BLE5 รุ่นก่อนหน้านี้ โดยเปลี่ยนจากโมดูล ESP32-C6 ที่รองรับ WiFi 6, BLE และ 802.15.4 มาเป็น โมดูล ST87M01 ของ STMicroelectronics ที่รองรับ NB-IoT และ GNSS แทน โดยยังคงมีฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้ใช้งานเหมือนเดิม
Challenger+ RP2350 NB-IoT specifications:
- ไมโครคอนโทรลเลอร์– Raspberry Pi RP2350A MCU
- CPU
- Dual-core Arm Cortex-M33 processor @ 150MHz
- Dual-core 32-bit RISC-V processor @ 150MHz
- สามารถใช้งานได้เพียง 2 คอร์เท่านั้นในเวลาที่กำหนด
- หน่วยความจำ – RAM ภายใน 520KB
- หน่วยความจำแบบ OTP ขนาด 8KB
- แพ็คเกจ – QFN-60; 7×7 มม.
- CPU
- หน่วยความจำ – PSRAM 8M
- สตอเรจ – SPI flash 8MB @ 133 MHz
- การเชื่อมต่อเซลลูลาร์
- โมดูล – STMicro ST87M01-1301
- รองรับ LTE Cat NB2 (NB-IoT), 3GPP Release 15
- รองรับย่านความถี่ทั่วโลก – B1, B3, B5, B8, B20, และ B28
- รองรับ Single-tone / Multi-tone / Extended TBS และ 2 HARQ
- อัตราการรับส่งข้อมูล – ดาวน์โหลด (DL): สูงสุด 127 kbps, อัปโหลด (UL): สูงสุด 159 kbps
- กำลังส่งสูงสุด +23 dBm
- รองรับโหมดประหยัดพลังงาน
- eDRX และ PSM
- กระแสขณะ Sleep: 1.2 µA (PSM) และลดลงถึง 0.5 µA ในโหมดปิดเครื่อง (eDRX)
- ระบบระบุตำแหน่ง
- รองรับ GPS L1 และ Galileo
- รองรับ Assisted GNSS ผ่าน NB-IoT เพื่อให้จับสัญญาณครั้งแรกได้เร็วขึ้น
- รองรับการระบุตำแหน่งในอาคารผ่าน Wi-Fi positioning (สแกน access point 802.11b)
- ขนาดแพ็กเกจ: 12.8 × 10.6 มม. (LGA-51)
- ช่องใส่ Nano SIM;รองรับซิมเสริม 1NCE IoT SIM card พร้อม 500 MB data, 250 SMS
- สายอากาศ – 2x คอนเนกเตอร์สายอากาศแบบ IPEX (สำหรับ Cellular และ GNSS)
- โมดูล – STMicro ST87M01-1301
- USB – พอร์ต USB 1.1 Type-C (12 Mbps) สำหรับการจ่ายไฟ ข้อมูล และการเขียนโปรแกรม
- การขยาย
- 16-pin + 12-pin headers พร้อม
- สูงถึง 16x GPIO
- 1x SPI, 1x I2C, 1x UART
- 4x analog inputs
- พินทั้งหมดสามารถใช้เป็น PWM
- มีสัญญาณ Reset และ Enable
- VUSB (5V), 3.3V, VBAT, และ GND
- 2x คอนเนกเตอร์ BConnect: 1x I2C, 1x SWD + UART
- 16-pin + 12-pin headers พร้อม
- อื่นๆ
- ปุ่มรีเซ็ตและบูต
- ไฟ LED แสดงสถานะการชาร์จ, ไฟ LED แสดงสถานะผู้ใช้งาน
- แหล่งจ่ายไฟ
- 5V ผ่านพอร์ต USB-C หรือพิน VUSB
- คอนเนกเตอร์ JST ระยะห่าง 1.25 มม. สำหรับแบตเตอรี่ LiPo
- ตัวชาร์จ LiPo บนเครื่องพร้อมกระแสไฟชาร์จมาตรฐาน 500mA
- ขนาด – 50.8 x 22.9 x 3.2 มม. (Adafruit Feather form factor)
- น้ำหนัก – 9 กรัม
- การรับรองมาตรฐาน– GCF, RED (EU), RED-DA, RoHS
บอร์ด Challenger+ RP2350 NB-IoT สามารถเขียนโปรแกรมได้ด้วย Arduino IDE และ CircuitPython อีกทั้งยังรองรับ SDK ของ Raspberry Pi Pico ทั้งแบบ C และ MicroPython การอัปเดตเฟิร์มแวร์รองรับทั้งแบบ OTA (Over-the-Air) ผ่าน Differential FOTA บน LwM2M และการอัปเดตแบบโลคอลผ่าน UART ตัวอย่างโค้ดจะมีให้ในเร็ว ๆ นี้ และขณะนี้มีเอกสาร (documentation) ที่ยังอยู่ระหว่างพัฒนา ซึ่งครอบคลุมทั้งบอร์ด Challenger+ RP2350 NB-IoT และโมดูล NB-IoT ST87M01 โดยสามารถดูได้จากหน้าสินค้าหรือร้านค้าที่ลิงก์ไว้ตอนท้ายของบทความนี้
บอร์ดนี้เหมาะสำหรับงานหลากหลายด้าน เช่น การติดตามทรัพย์สินและโลจิสติกส์ ระบบมิเตอร์อัจฉริยะ (น้ำ ก๊าซ ไฟฟ้า) โครงสร้างพื้นฐาน Smart City อย่างระบบควบคุมไฟถนน งานมอนิเตอร์ Industrial IoT และระบบอัตโนมัติในโรงงาน การตรวจวัดสภาพแวดล้อมที่ส่งข้อมูลเป็นช่วงเวลาห่าง รวมถึงระบบแจ้งเตือนเหตุการณ์ระยะไกล อีกทั้งยังถือเป็นบอร์ดแรกที่ใช้ RP2350 พร้อมการเชื่อมต่อ NB-IoT ที่พบเห็นในตลาด โดยมีตัวเลือกใกล้เคียงคือ Walter ESP32-S3 board ซึ่งใช้โมเด็ม Sequans GM02SP ที่รองรับ NB-IoT และ GNSS เช่นกัน


บอร์ด Challenger+ RP2350 NB-IoT มีวางจำหน่ายในราคา 549 โครนาสวีเดน (~1,900฿) บน ร้าน iLABs โดยจากข้อมูล สายอากาศไม่ถูกรวมมาในชุด แต่สามารถเพิ่มเสาอากาศ LTE ได้ในราคา 68 kr (~240฿) ส่วนสายอากาศ GPS ยังไม่มีความชัดเจนมากนัก และดูเหมือนว่าผู้ใช้งานจะต้องจัดหาเอง
แปลจากบทความ : Raspberry Pi RP2350 board offers NB-IoT cellular connectivity, GNSS, and Wi-Fi indoor location

บรรณาธิการข่าวและบทความภาษาไทย CNX Software ได้มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Smart Home และ IoT


