เราได้พบกับ INEX Pico-2350W บอร์ดพัฒนาที่ใช้ฟอร์มแฟกเตอร์เดียวกับ Raspberry Pi Pico 2 W แต่ได้รับการอัปเกรดหลายด้าน ที่ใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ RP2350B มาพร้อมกับคุณสมบัติที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็น GPIO สูงสุด 41 ขา, ติดตั้งหน่วยความจำ Flash ขนาด 16MB และพอร์ต USB-C
ในตอนแรกอาจเข้าใจได้ว่า INEX Pico-2350W เป็นบอร์ดที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยบริษัทไทย แต่หลังจากตรวจสอบรายละเอียดฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม ก็พบว่าบอร์ดดังกล่าวใช้ฮาร์ดแวร์เดียวกับ Waveshare RP2350B-Plus-W โดย INEX นำมาจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตนเอง พร้อมต่อยอดด้วยเอกสารประกอบการเรียนการสอนและสื่อการศึกษาสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย
บอร์ดรุ่นนี้ถือเป็นการยกระดับจาก Raspberry Pi Pico 2 W ที่ใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ RP2350A ที่มี GPIO header 26 ขา ผ่านเฮดเดอร์แบบ 13 ขา จำนวน 2 แถว, Flash 4MB และยังคงใช้พอร์ต Micro USB แล้วในเมื่อขนาดบอร์ดยังคงเท่าเดิม GPIO ที่เพิ่มขึ้นมาจากไหน? คำตอบคือ Waveshare ได้เพิ่มแพด (Pad) สำหรับ GPIO อีก 15 ขาไว้ที่ด้านล่างของบอร์ด แม้ว่าจะไม่สะดวกเท่าการมีขา header ให้ใช้งานโดยตรง เพราะผู้ใช้ต้องบัดกรีสายหรือคอนเนกเตอร์เพิ่มเติมเอง แต่ก็เป็นวิธีที่ช่วยให้สามารถเข้าถึง GPIO ทั้งหมดของ RP2350B ได้ครบถ้วนภายในขนาดบอร์ดเท่าเดิม
สเปค :
- SoC – Raspberry Pi RP2350B
- CPU
- Dual-core Arm Cortex-M33 @ 150 MHz พร้อม Arm Trustzone
- Dual-core RISC-V Hazard3 @ 150 MHz
- สามารถใช้งานได้เพียง 2 คอร์ในช่วงเวลาเดียวกัน
- หน่วยความจำ – SRAM ภายในชิปขนาด 520 KB
- แพ็กเกจ – QFN-80
- CPU
- หน่วยความจำ – Footprint สำหรับชิป PSRAM
- สตอเรจ – QSPI flash บนบอร์ดขนาด 16 MB
- การเชื่อมต่อไร้สาย – WiFi 4 (802.11n) ย่านความถี่ 2.4GHz และ Bluetooth 5.2 ผ่าน Raspberry Pi RM2
- USB – พอร์ต USB 1.1 Type-C รองรับทั้งโหมด Host และ Device สำหรับจ่ายไฟและโปรแกรมบอร์ด
- การขยาย
- 2x 20-pin GPIO headers พร้อม
- 26x GPIOs
- 2x UART
- 2x SPI controllers
- 2x I2C controllers
- 22x PWM channels
- 4x ADC
- 3x PIO blocks, 12x PIO (Programmable IO) state machines
- อินเทอร์เฟซ HSTX
- แพดสำหรับบัดกรีเพิ่มเติมจำนวน 15 จุด รองรับสูงสุด 15x GPIO, 2x SPI, 2x I2C, 3x ADC, 2x UART (หลายสัญญาณใช้ร่วมกับ header 20 ขา)
- 2x 20-pin GPIO headers พร้อม
การดีบัก– อินเทอร์เฟซ SWD Debug- อื่นๆ
- ปุ่ม Reset และ Boot
- 2x LED สำหรับผู้ใช้
- แหล่งจ่ายไฟ – 5V DC ผ่านตัวควบคุมแรงดันไฟฟ้า ME6217C33M5G
- ขนาด – 51 × 21 มม. (ไม่รวมเสาอากาศ PCB) ขนาดเท่ากับ Raspberry Pi Pico 2 W เมื่อรวมเสาอากาศ PCB: 55.92 × 21 มม.
- ช่วงอุณหภูมิการทำงาน – -20°C ถึง +70°C
การเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ของบอร์ดรุ่นนี้ ได้แก่ การเพิ่มตำแหน่งสำหรับบัดกรีชิป PSRAM, การเพิ่มปุ่ม Reset และ LED สำหรับผู้ใช้งานอีก 1 ดวง ข้อเสียเพียงอย่างเดียวในเชิงเทคนิคคือการตัดพอร์ตดีบัก SWD ออกไป นอกจากนี้ Pico-2350W ยังมีความยาวมากกว่า Raspberry Pi Pico 2 W เล็กน้อย เมื่อนับรวมส่วนสายอากาศ PCB ของโมดูล RM2 เช่นเดียวกับบอร์ดที่ใช้ RP2350 รุ่นอื่น ๆ บอร์ดนี้สามารถพัฒนาโปรแกรมได้ด้วย Pico C/C++ SDK, MicroPython และเครื่องมือพัฒนาอื่น ๆ อีกมากมาย โดย Waveshare ได้จัดเตรียมข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติมและคู่มือเริ่มต้นใช้งานไว้ใน Wiki
น่าสนใจว่าบอร์ดรุ่นนี้เป็นบอร์ดตัวแรกที่ผสานฟอร์มแฟกเตอร์ของ Raspberry Pi Pico 2 W เข้ากับไมโครคอนโทรลเลอร์ RP2350B โดยตรง ส่วนคู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดน่าจะเป็น Olimex RP2350-PICO2 แม้ว่าตัวบอร์ดจะมีความยาวมากกว่าก็ตาม ถ้าไม่ได้ให้ความสำคัญกับขนาดหรือรูปแบบของบอร์ดเป็นพิเศษ ปัจจุบันก็มีบอร์ดที่ใช้ RP2350B ให้เลือกอีกมากมาย ซึ่งออกแบบมาสำหรับการใช้งานที่หลากหลายแตกต่างกันไป
INEX Pico-2350W แม้ว่าฮาร์ดแวร์จะเป็นบอร์ดเดียวกับ Waveshare RP2350B-Plus-W ที่นำมาจำหน่ายภายใต้แบรนด์ INEX แต่สำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย การมีช่องทางจัดจำหน่ายในประเทศที่สะดวกกว่า รวมถึงเอกสารและสื่อการเรียนรู้ภาษาไทย ก็ถือเป็นข้อได้เปรียบที่ช่วยให้เข้าถึงและเริ่มต้นใช้งานบอร์ดได้ง่ายยิ่งขึ้น สามารถสั่งซื้อบอร์ด INEX Pico-2350W ผ่าน INEX ราคา 642.00 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) หรือสามารถซื้อบอร์ด Waveshare RP2350B-Plus-W ที่มีวางจำหน่ายในหลายช่องทางที่อาจจะมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม เช่น AliExpress ราคา $11.42 (~370฿), Amazon ราคา $18.23 (~600฿) และ ร้านค้าออนไลน์ของ Waveshare shop ราคา $10.99 (~360฿)
ที่มา : Waveshare RP2350B-Plus-W – A Raspberry Pi Pico 2 W-sized board with 41 GPIOs, 16MB flash, USB-C port

บรรณาธิการข่าวและบทความภาษาไทย CNX Software ได้มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Smart Home และ IoT



