Sixfab เปิดตัว AI HAT+ for Raspberry Pi 5 เป็นบอร์ด PCIe HAT+ ที่ใช้ชิป AI accelerator รุ่น DEEPX DX-M1, เป็นรุ่นเดียวกับที่ใช้ใน DEEPX DX-AIPlayer, Mini DX-M1 SoM และ ALPON X5
Sixfab AI HAT+ ใช้ชิป AI ที่บัดกรีลงบนบอร์ดโดยตรง ต่างจาก ALPON X5 ที่ใช้โมดูล M.2 โดยเชื่อมต่อกับ Raspberry Pi 5 ผ่าน PCIe FFC และรับไฟจาก GPIO 40 พิน มีให้เลือกทั้งรุ่น 13 TOPS และ 25 TOPS เหมาะสำหรับงาน Vision AI และ Edge AI เช่น การตรวจจับวัตถุและการแบ่งส่วนภาพที่ประมวลผลได้โดยตรงบน Raspberry Pi 5

สเปคของ Sixfab AI HAT+ :
- รองรับบอร์ด SBC – Raspberry Pi 5
- AI Accelerator (เลือกได้หนึ่งรุ่น):
- DEEPX DX-M1M พร้อมประสิทธิภาพสูงสุด 25 TOPS (INT8), หน่วยความจำ NPU ขนาด 1GB LPDDR4X
- DEEPX DX-M1ML พร้อมประสิทธิภาพสูงสุด 13 TOPS (INT8), หน่วยความจำ NPU ขนาด 512MB LPDDR4X
- อินเทอร์เฟซเชื่อมต่อกับโฮสต์ – PCIe Gen 3 x1 ผ่านสาย FFC แบบ 16 พิน
- อื่น ๆ– ระบบระบายความร้อน ใช้ฮีตซิงก์แบบพาสซีฟ (Passive Cooling) เป็นค่าเริ่มต้น, มีคอนเนกเตอร์ JST 2 พิน สำหรับต่อพัดลมเพิ่มเติม
- แหล่งจ่ายไฟ
- รับไฟ 5V / 3A ผ่านเฮดเดอร์ GPIO 40 พินของ Raspberry Pi 5, ไม่ต้องใช้คอนเนกเตอร์จ่ายไฟเสริม หมายเหตุ: ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟกำลัง 27W ขึ้นไป โดยอะแดปเตอร์ 15W ไม่เพียงพอ
- การใช้พลังงาน
- NPU ขณะประมวลผลเต็มกำลัง – 2.5–3 W
- NPU ขณะว่าง (Idle) – ~0.5–1 W
- Raspberry Pi 5 + AI HAT+ รวมกัน – 13–15 W (แนะนำให้ใช้แหล่งจ่ายไฟ 27W หรือสูงกว่า)
- ขนาด – 65 × 56.5 มม., รองรับมาตรฐาน Raspberry Pi HAT+, ความสูง 6.56 มม.
- ช่วงอุณหภูมิการทำงาน – 0 ถึง 70°C (เกรดเชิงพาณิชย์)
- การรับรองมาตรฐานs – CE, FCC, UKCA, RoHS, REACH (อยู่ระหว่างดำเนินการรับรอง)

บอร์ดรองรับการทำงานบน Raspberry Pi OS (Trixie) และใช้ HAT+ EEPROM สำหรับกำหนดค่าฮาร์ดแวร์โดยอัตโนมัติ ช่วยให้การติดตั้งทำได้ง่าย เพียงติดตั้งแพ็กเกจ dxrt-runtime จาก APT Repository ของ Sixfab ซึ่งรวมทั้งไดรเวอร์และ Runtime
ผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานโมเดล AI ที่คอมไพล์ไว้ล่วงหน้าจาก Sixfab Model Zoo ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น YOLOv8, MobileNet และ ResNet หรือจะนำโมเดลที่พัฒนาขึ้นเองมาใช้งานก็ได้ โดยส่งออกโมเดลในรูปแบบ ONNX และคอมไพล์เป็น DXNN ด้วยเครื่องมือ DX-COM นอกจากนี้ Runtime ของแพลตฟอร์มยังรองรับการพัฒนาแอปพลิเคชันทั้ง Python และ C++ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเอกสารประกอบ
ในด้านพลังประมวลผล AI นั้น Sixfab AI HAT+ มีความใกล้เคียงกับ Raspberry Pi AI HAT+ ที่ใช้ชิป Hailo-8 เนื่องจากทั้งสองถูกออกแบบมาสำหรับงานด้าน Computer Vision เช่น การตรวจจับวัตถุและการประมวลผลภาพ แต่ Sixfab AI HAT+ ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับงาน Generative AI และไม่สามารถรัน โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ได้ เนื่องจากไม่มีการรองรับสถาปัตยกรรม Transformer Decoder และมีหน่วยความจำบนบอร์ดค่อนข้างจำกัด ความแตกต่างหลักระหว่าง Sixfab AI HAT+ และ Raspberry Pi AI HAT+ อยู่ที่สถาปัตยกรรมของชิป AI, ซอฟต์แวร์และเครื่องมือพัฒนา (Software Stack) และราคา ในขณะที่ AI HAT+ 2 ที่ใช้ชิป Hailo-10H รุ่นใหม่กว่า ได้รับการออกแบบให้รองรับทั้งงาน Computer Vision และ Generative AI โดยมีประสิทธิภาพสูงถึง 40 TOPS และมาพร้อมหน่วยความจำเฉพาะสำหรับ AI ขนาด 8GB ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานโมเดลประเภท LLM และ VLM ทาง Sixfab ระบุว่า “การรองรับ LLM อยู่ในแผนพัฒนาของชิป DEEPX ในอนาคต” และบริษัทมีแผนจะสนับสนุนการทำงานของ LLM เมื่อฮาร์ดแวร์ของ DEEPX รองรับได้อย่างสมบูรณ์ แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการประกาศกรอบเวลาที่ชัดเจน

ปัจจุบัน Sixfab AI HAT+ สำหรับ Raspberry Pi 5 ที่มาพร้อมชิป DX-M1 AI accelerator วางจำหน่ายแล้วผ่านร้านค้าของ Sixfab โดยมีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น 13 TOPS (DX-M1ML) ราคา $63 (~2,100฿), รุ่น 25 TOPS (DX-M1M) ราคา $90 (~3,000฿) นอกจากนี้บริษัทยังเปิดเผยว่ากำลังพัฒนา Edge AI Expansion Board สำหรับ Raspberry Pi 5 ซึ่งจะรวมความสามารถหลายด้านไว้ในบอร์ดเดียว ได้แก่ ระบบเร่งประมวลผล AI (AI Accelerator), รองรับการติดตั้ง NVMe SSD และ การเชื่อมต่อเครือข่ายเซลลูลาร์ LTE/5G ในบอร์ดเดียว แต่ขณะนี้ยังมีข้อมูลค่อนข้างจำกัด
แปลจากบทความ : Sixfab AI HAT+ for Raspberry Pi 5 integrates DEEPX DX-M1 AI accelerator

บรรณาธิการข่าวและบทความภาษาไทย CNX Software ได้มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Smart Home และ IoT

